"Balance" โดย แสงแข

“Balance” โดย แสงแข

ผู้เขียนตั้งใจวาดรูปเซ็ทใหม่ขึ้นมา โดยตั้งชื่อว่า “Dream Weaving” หรือการถักทอสานฝันให้เป็นจริง งานเซ็ทนี้ประกอบด้วย 3 ภาพเหมือนเดิม โดยภาพแรกมีชื่อว่า “Balance” หรือ ดุลยภาพ เพราะผู้เขียนรู้สึกมาตลอดชีวิตตั้งแต่เล็กจนโตว่า ชีวิตตัวเองดำเนินไปได้ด้วยการสร้างสมดุล หากเมื่อใดที่ผู้เขียนไม่สามารถรักษาสมดุลของทุกแง่มุมและทุกมิติ (ซึ่งบางทีก็อาจขัดแย้งกันเอง) ในชีวิตของผู้เขียนเองได้แล้ว เมื่อนั้นจะเป็นเวลาที่ผู้เขียนต้องทุกข์ใจอย่างมาก เปรียบเหมือนคนที่ขี่จักรยานล้อเดียวอยู่บนเส้นเชือก เมื่อใดที่สูญเสียสมาธิจนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง เมื่อนั้นผู้เขียนจะไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ ต้องตกลงมาได้รับบาดเจ็บหนักอย่างแน่นอน

ทุกวันนี้การพยายามสานฝันของตัวเองในการเป็นศิลปิน ที่ทำงานศิลปะเชิงเปรียบเทียบ โดยเอาศิลปะหลายด้าน ทั้งทางรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส มาสะท้อนซึ่งกันและกัน ทำให้ผู้เขียนต้องต่อสู้ผจญกับอะไรมากมาย ที่มันจะทำให้ผู้เขียนไม่สามารถทรงตัวอยู่บนเส้นเชือกบางๆ นี้ได้อีกต่อไป อุปสรรคที่สำคัญที่สุดในการทำงานประเภทนี้มักมาจากคนใกล้ชิดที่เราผูกพันด้วยมากที่สุด ซึ่งมันก็ไม่ใช่ความผิดของท่าน ที่จะเป็นห่วงว่าบุตรหลานจะกลายเป็นคนไส้แห้ง ไม่มีแหล่งรายได้อันมั่นคงที่จะหาเลี้ยงครอบครัวและตัวเองให้อยู่รอดได้ อุปสรรคข้อนี้ผู้เขียนได้พิสูจน์ตัวเองกับท่านไปแล้วในระดับหนึ่งว่า ผู้เขียนสามารถอยู่รอดได้ แม้จะอุทิศเวลาจำนวนมากให้กับการวาดรูป หรือการสร้างงานศิลปะแขนงอื่นๆ (ที่จะตามมาอีกในภายหลัง) เพราะผู้เขียนได้แบ่งเวลาส่วนหนึ่งไปใช้ในการหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้เป็นผลสำเร็จ จนสามารถมีเงินทุนที่จะมาใช้สนับสนุนความฝันของตัวเอง โดยไม่ทำให้ครอบครัวต้องลำบาก

อุปสรรคสำคัญอีกข้อ อันนี้เกี่ยวกับเรื่องศาสนาและจิตวิญญาณ ผู้เขียนก็เป็นคนมีครูบาอาจารย์ในพุทธศาสนาเช่นเดียวกับคนไทยหลายๆ คน ซึ่งครูบาอาจารย์ท่านก็จะสอนเราว่า งานใดๆ ที่เกี่ยวกับประสาทสัมผัสทั้ง 5 ไม่ว่าจะรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส นั้น มันเป็นของโลกๆ ที่จะไม่สามารถพาเราพ้นไปจากโลกนี้ได้ และจะทำให้ต้องเดินทางวกเวียนอยู่ต่อไป ผู้เขียนเองเป็นคนแปลก คือผู้เขียนชักเบื่อการวนเวียนแบบนี้เต็มทน เพราะความทุกข์ทั้งหลายที่ต้องเผชิญ ตั้งแต่เกิดจนโตมาป่านนี้ มันช่างทำให้อิดหนาระอาใจ เอือมกับมันเหลือเกิน จนคิดว่าจะต้องทำให้ตัวเองไม่มาทุกข์แบบนี้อีกตลอดไปถ้าทำได้ แต่ที่บอกว่าผู้เขียนแปลกก็คือผู้เขียนรู้ว่าตัวเองมีความสามารถทางศิลปะ และก็รักศิลปะมากด้วย หากจะให้ผู้เขียนตัดใจไม่ทำงานที่ตัวเองรักเหลือเกิน ผู้เขียนก็ทำไม่ได้ ชีวิตนี้มันคงจะจืดชืด เย็นชา น่าเบื่อเหลือทนหากไม่มีศิลปะเป็นเครื่องจรรโลงใจ ดังคำที่เขาว่า ปลานั้นธรรมชาติมันต้องว่ายน้ำ ถ้าจะจับมันไปปีนต้นไม้หรือจะให้มันบินได้ มันก็คงจะเฉาตาย เพราะคิดว่าตัวมันนั้นไม่มีความเก่ง ความดีอะไรเลย พอให้ได้ภูมิใจในตัวเอง

ผู้เขียนจึงมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ด้วยการพยายามสร้างสมดุลระหว่างการทำงานตามความฝันของตัวเอง กับการระมัดระวังไม่ให้ตัวเองเป็นผู้เผยแพร่สารที่เป็นไปในเชิงทำให้คนหลงติดโลกหรือสร้างพันธนาการให้กับตน ดังเช่นที่มีเพลงจำนวนมากพูดถึงความรักในเชิงยึดติดหรือเป็นเจ้าของ หรือการ์ตูนประเภท Fairy Tale ที่มักจะเล่าตอนจบว่า “They live happily ever after”

คำว่า Ever After หรือตลอดกาลสำหรับผู้เขียนนั้น คือความสุขที่ปราศจากการพันธนาการทางใจใดๆ อันก่อให้เกิดทุกข์ ทุกข์จากพันธนาการนั้นผู้เขียนได้สัมผัสลิ้มรสมันมานานแล้ว อาจจะนานกว่าแค่ชาตินี้ด้วยซ้ำไป จึงคิดว่าต่อแต่นี้จะไม่อยากถูกพันธนาการทางใจอีกต่อไป ไอ้ความสุขแบบที่ผู้เขียนปรารถนานี้ ภาษาพุทธเราเรียกว่า นิพพาน หรือ nirvana แต่ผู้เขียนไม่อยากใช้คำสูงอะไร เพราะตัวเองเป็นแค่คนธรรมดาที่พอใจจะเรียกมันว่า ความสุขตลอดกาล หรือความสุขนิรันดร์ เท่านั้น

สุดท้ายนี้ผู้เขียนอยากจะบอกว่า ผู้เขียนไม่แคร์ว่างานศิลปะที่ตัวเองทำตอนนี้ และจะทำออกมาในอนาคต มันจะโด่งดังหรือทำให้ผู้เขียนร่ำรวยหรือไม่ ผู้เขียนทำเพราะสุขใจที่ได้ทำ และรู้ตัวดีอยู่ว่า ผู้เขียนไม่มีวันส่งสารประเภท “ฉันรักเธอทุกชาติไป” อย่างที่มักปรากฏในหนังดัง ละครดัง วรรณกรรมดัง ทั้งหลาย ผู้เขียนว่าแค่ชาตินี้ก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว ขออย่าต้องมาพูดถึงชาติอื่นในอนาคตอีกเลย

ภาพทุกภาพที่วาด เพลงทุกเพลงที่จะแต่ง น้ำหอมทุกกลิ่นที่จะผสม มันควรจะเป็นศิลปะที่ต้องมีตอนจบสำหรับผู้สร้าง ผู้ชม และผู้ใช้ และที่สำคัญจบแบบ happy ending เสียด้วย เปรียบเหมือนการศึกษาอะไรก็ตาม สำหรับผู้เขียนแล้ว คุณต้องศึกษาเพื่อแก้ปัญหาให้จบ ไม่ใช่ตั้งคำถามวกเวียนออกไปเรื่อยๆ จนความรู้ที่คุณสร้างมานั้นมันไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง หรือสุดท้ายแล้วกลับสร้างปัญหาให้มากกว่าเดิม

ผู้เขียนจะสร้าง happy ending ให้ตัวเองได้สำเร็จหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องดูกันต่อไป จากผลงานของชีวิตที่ปรากฏ แต่ที่แน่ๆ งานศิลปะทุกอย่างที่ผู้เขียนสร้าง และนำมาแสดงบนบล็อกนี้ จะต้องสามารถทำให้คนที่ชม happy and free ได้บ้าง ไม่มากก็น้อย🙂