“Children can teach us about happiness.” ผู้อ่านเห็นด้วยไหมกับคำกล่าวนี้🙂

วัยเด็กเป็นวัยเดียวในช่วงชีวิตมนุษย์ ที่เราได้รับการประสิทธิประสาทพรแห่งความสงสัยใคร่รู้อันแสนมหัศจรรย์ เด็กพอใจง่ายๆ กับสิ่งเล็กน้อยรอบตัว ที่พวกเขาจะแปลงมันเป็นของเล่นได้เสมอ ตอนที่เรายังเด็ก ถึงแม้จะไม่มีของเล่นหรูหราราคาแพง เราก็ยังสามารถหยิบสิ่งรอบตัวที่ดูไร้ราคาอย่าง ก้อนหิน ดิน ทราย กิ่งไม้ ใบไม้ มาเล่นได้เป็นเรื่องเป็นราวตามความคิดแบบเด็กๆ ของเรา เราเล่นได้แม้ไม่มีเพื่อน เพราะการอยู่ในโลกแห่งจินตนาการของตัวเองนั้นมันก็มีความสุขมากพอๆ กับการอยู่กับเพื่อนเด็กด้วยกัน

เราอาจเคยนั่งมองดวงดาวยามค่ำคืน แล้วพยายามยกมือของเราขึ้น ราวกับว่าเราได้กำดวงดาวนั้นไว้ในอุ้งมือเราจริงๆ เพื่อนำมันมาเป็นของขวัญให้กับพ่อแม่และเพื่อนที่เรารัก

เราปีนขึ้นไปบนหลังคาเพื่อสัมผัสความโปร่งโล่งและกว้างไกลของท้องฟ้ายามเย็น ที่สายลมฤดูร้อนพัดเอื่อยและเหล่านกกาเริ่มบินกลับรัง

เราเดินเขย่งก้าวกระโดดไปบนผืนหญ้าที่ชุ่มน้ำค้าง และเอามือสัมผัสกับสุมทุมพุ่มไม้เขียวขจีไปตลอดเส้นทางกลับบ้าน บางครั้งเราพยายามทรงตัวไปบนขอบกำแพงสูงที่ล้อมรอบบ้าน พร้อมกับฮัมเพลงโปรดไปด้วย และพยายามจะให้เพลงนั้นจบพร้อมกับจังหวะการเดินที่มาบรรจบครบรอบพอดี

เราไม่เดือดร้อนกับการทำเลอะเทอะในห้องครัว เพื่อประดิษฐ์คิดค้นสูตรเครื่องดื่มในฝัน ที่เราวางแผนจะเปิดแผงขายหน้าบ้าน เพื่อทำเงินให้ได้มากพอจะซื้อของเล่นที่อยากได้ในเวลานั้น

ภาพ Honeyed Lemon โดย แสงแข

ภาพ Honeyed Lemon โดย แสงแข

เมื่อครั้งยังเด็ก ความกลัวผิดพลาดหรือล้มเหลวดูจะไม่เคยมีอยู่ในหัว เช่นเดียวกับความกลัวว่าคนอื่นจะมองว่าเราไร้สาระ เรากล้าทดลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อสนองความสนใจใคร่รู้ของเราได้เสมอ

เมื่อเราโตขึ้น เห็นด้วยไหมว่าเราก็ยังเล่นอยู่ แต่คราวนี้เรารู้จักเล่นของที่หนักและยากกว่าเดิม เดิมพันก็สูงกว่าเดิม อย่างเช่นการสะสมเงินทองหรือหลักทรัพย์ เพื่อนำมาซื้อหาสิ่งจำเป็นในชีวิตและปรนเปรอความสุขของตัวเองกับครอบครัว หลายคนไม่กล้าออกจากงานประจำที่ทำอยู่เพื่อไปตามหาความฝันของตัวเอง เพราะกลัวว่าความมั่นคงทางการเงินจะพังทลายลง เราสาละวนกับการแสวงหาเงินทองและการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่ไม่มีวันจบสิ้น เงินเก่าหมดไป เงินใหม่ก็ต้องมา เงินที่เกินจากการใช้จ่ายกลายเป็นของสะสม ที่หลายคนอ้างว่าเพื่อบั้นปลายที่มั่นคงของชีวิต แต่บางคนก็สะสมทรัพย์สมบัติไว้มากจนเหลือเฟือ เกินจะใช้ในชาตินี้ได้หมด หลายคนตายก่อนจะได้ใช้เงินที่กองอยู่ในธนาคาร เพราะไม่มีสมบัติใดบนโลกนี้ที่คนตายจะเอาติดตัวไปสู่ปรโลกได้ ความเหนื่อยยากที่ผ่านมาทั้งชีวิต ก็เพื่อสะสมกระดาษและโลหะที่ถูกเก็บไว้ในตู้เซฟธนาคาร ซึ่งไม่ได้ถูกนำมาแปรเป็นความงามหรือความสร้างสรรค์ใดๆ ให้กับโลกนี้

ผู้เขียนบอกตัวเองเสมอว่า ถ้าผู้เขียนต้องเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่เช่นนี้ ผู้เขียนขอเลือกเป็นเด็กไปตลอดกาลเสียยังดีกว่า เพราะผู้เขียนไม่เคยรักเงินกระดาษ เงินโลหะ แต่ผู้เขียนรักสิ่งที่เงินสามารถช่วยบันดาลให้เกิดขึ้นได้ เงินบวกกับฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นในหัวใจ สามารถทำให้เกิดพิพิธภัณฑ์สะสมงานศิลปะ ที่เป็นเครื่องแสดงถึงความเจริญเติบโตทางจิตวิญญาณของมนุษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่า เงินสามารถช่วยให้เกิดโบสถ์วิหารอันวิจิตรงดงาม ที่แสดงให้ชาวโลกได้รู้ว่า ความมหัศจรรย์ของศรัทธาและความคิดสร้างสรรค์นั้นมีอยู่จริง เงินอาจบันดาลให้เกิดสวนพฤกษศาสตร์ แหล่งสะสมพันธุ์ไม้ ที่ช่วยให้ชาวโลกได้เรียนรู้ความหลากหลายทางชีววิทยา และความสมดุลของระบบนิเวศน์ เงินเป็นเครื่องมือพัฒนาและปลูกฝังให้มนุษย์รู้จักรักโลก รู้จักเคารพในธรรมชาติและเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้

เมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่ เราเล่นของใหญ่กว่าเดิม และมีเดิมพันสูงกว่าเดิม นั่นทำให้เรากลัวความผิดพลาดและล้มเหลวมากขึ้นไปพร้อมๆ กันด้วย บทบาทที่เราเล่นมีเวทีรองรับที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากระดับครอบครัวกับสังคมเพื่อนเมื่อตอนที่เราเป็นเด็ก มาสู่ระดับชุมชน จังหวัด ประเทศ ทวีป และโลก แต่ถ้าจะว่ากันตามจริงแล้ว มันก็คือการละเล่นเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่เป็นการเล่นในเวทีละครโรงใหญ่ ที่มีหลากหลายคน มาเล่นหลากหลายบทบาท ตามแต่จะขีดเส้นทางให้ตัวเอง

แต่แม้มันจะเป็นแค่การเล่น ที่สุดท้ายแล้วทุกคนก็ต้องคืนของเล่นทั้งหมดให้กับโลก เพราะมันไม่เคยเป็นของเรามาตั้งแต่แรก เป็นแต่เพียงของที่โลกให้เรายืมมาเล่น ติ๊ต่างว่าเป็นของเราเพียงแค่ในช่วงชีวิตนี้เท่านั้น แต่ทุกคนก็ต้องยอมรับว่า การเลือกบทบาทในละครโรงนี้ของเราสำคัญมาก ว่าเราจะเลือกบทดี บทสร้างสรรค์ หรือบทร้ายทำลายล้าง มันไม่ได้เกี่ยวกับของเล่นนอกกายอย่างที่กล่าวมาแต่อย่างเดียว แต่มันเป็นการทำงานทางใจของเราด้วย และงานทางใจนี้แหละที่สำคัญยิ่งใหญ่กว่างานใดๆ ทั้งหมด เพราะไม่เคยมีสิ่งใดเป็นของเรา นอกจากใจดวงนี้ที่เป็นของเราอย่างแท้จริง และจะเดินทางไปกับเราทุกภพ ทุกชาติ กำไรแท้จริงที่เราจะได้จากการเล่น จึงไม่ใช่เงินกระดาษ เงินโลหะที่เราเอาไปฝากธนาคาร แต่เป็นผลบุญกุศลที่จะส่งให้ใจเรามีความสุขทั้งขณะนี้ และต่อไปในภายภาคหน้า

ผู้เขียนคิดว่าตัวเองได้เลือกบทที่จะเล่นฝากไว้ในละครโรงใหญ่นี้แล้ว แต่ผู้อ่านล่ะ ตกลงปลงใจเลือกกันได้แล้วหรือยัง🙂