นก – สัตว์โลกซึ่งกรายปีกเหินเวหาได้สง่างามโดดเด่นเหนือสิ่งมีชีวิตใดๆ มีเอกลักษณ์ที่ขนอันสวยงาม จะงอยปากที่ไร้ฟัน โครงกระดูกที่เบาแต่แข็งแกร่ง และการสืบพันธุ์ด้วยการวางไข่ นกบางชนิดอย่างเช่นนกแก้วมีความฉลาดเฉลียวเกินสัตว์ทั่วไป เจ้าปักษาเหล่านี้บางชนิดสื่อสารกันด้วยเสียงขับขานซึ่งกลายเป็นบทเพลงที่มนุษย์รับรู้กันว่าไพเราะ อย่างเช่น นกไนติงเกล จึงมีความสำคัญในด้านศิลปวัฒนธรรมของหลากหลายชนชาติ

นกกินปลีอกเหลือง (olive-backed sunbird) พบได้ทั่วไปในบ้านเรา

นกกินปลีอกเหลือง (olive-backed sunbird) พบได้ทั่วไปในบ้านเรา

วิกิพีเดีย ระบุไว้ว่า ในยุคอีทรัสคันและโรมัน พวกนักบวชจะฟังภาษานกแล้วแปลความหมาย เพราะเชื่อว่านกสามารถทำนายเหตุการณ์ในอนาคตได้ ชาวฑราวิทหรือทมิฬ ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมของอินเดีย เชื่อว่านกยูงที่มีแววขนอันสวยงามเป็นตัวแทนของพระแม่ธรรมชาติ จักรพรรดิในราชวงศ์โมกุลและกษัตริย์เปอร์เซียก็มีบัลลังก์นกยูงอันงามตระการเป็นเครื่องหมายประจำตำแหน่ง

ก็น่าสนใจตรงที่ว่า นกชนิดเดียวกันยังสื่อความหมายขัดแย้งกันราวกับหน้ามือเป็นหลังมือในวัฒนธรรมที่ต่างกัน ซึ่งก็แทบไม่ผิดจากสิ่งอื่นๆ ที่มนุษย์รู้จักอย่างเช่น ดอกไม้ สมุนไพร หรือพืชพรรณต่างๆ ที่ถูกรับรู้และให้ความหมายไปคนละอย่างในแต่ละสังคมวัฒนธรรม ที่รู้กันดีก็อย่างเช่นนกฮูก ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับความโชคร้าย ความตายและแม่มดหมอผีในทวีปแอฟริกา แต่กลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของปราชญ์และความฉลาดลุ่มลึกในสายตาของฝรั่งยุโรป จะเห็นว่าของที่ระลึกหรือการ์ดอวยพรในโอกาสฉลองความสำเร็จทางการศึกษาก็มักใช้นกฮูกเป็นสัญลักษณ์

ผู้ที่ศึกษาทางเทวตำนานหรือเรื่องลี้ลับต่างๆ เชื่อกันว่าภาษานกเป็นภาษาชั้นสูง เป็นสรรพสำเนียงของเทพเจ้า หรือเป็นภาษาวิเศษ ในสมัยเรอเนสซองส์ เสียงนกร้องเพลงกลายเป็นแรงบันดาลใจสู่การสร้างภาษาเวทมนตร์และภาษาดนตรี ลัทธิแคบาลาห์และพวกเล่นแร่แปรธาตุในยุโรปเชื่อว่าภาษานกเป็นภาษาลี้ลับ เป็นภาษาที่มีความสมบูรณ์แบบ อันเป็นกุญแจสู่ความรู้อันยิ่ง ส่วนเทพปกรณัมของนอร์เวย์ก็เชื่อว่าความสามารถในการฟังและแปลภาษานกเป็นสัญลักษณ์ของปัญญาขั้นสูง ว่ากันว่านักปรัชญากรีกโบราณอย่างเช่น Democritus และ Anaximander ก็รู้ภาษานก เช่นเดียวกับพระเจ้า Solomon ของชาวยิว ที่ทรงมีความสามารถสื่อสารกับสัตว์หลายชนิด

เรื่องการสื่อสารกับนกหรือสัตว์ต่างๆ ได้นี้ ทางพระพุทธศาสนาของไทยเรานั้นรู้กันดีอยู่ว่าเป็นไปได้ ผู้เขียนทราบมาว่าพระอรหันต์ขั้นปฏิสัมภิทาญาณ จะมีอัจฉริยภาพทางนิรุกติศาสตร์ คือแตกฉานในทุกภาษาซึ่งเป็นที่รู้จักกันในโลกมนุษย์ รอบรู้ทั้งด้านคันถธุระและวิปัสสนาธุระ สามารถทรงพระไตรปิฎกได้ทั้งหมด และมีความชาญฉลาดในการสั่งสอนธรรมทุกประการ พระดีองค์หนึ่งที่ผู้เขียนเลื่อมใสศรัทธายิ่ง คือสมเด็จพระพุฒาจารย์โต วัดระฆัง ท่านก็สามารถสื่อสารกับสัตว์ต่างๆ ได้ มีเรื่องเล่าว่าท่านเคยเมตตาบอกอีกาซึ่งกำลังขัดแย้งกันเรื่องสถานที่หาอาหาร ให้พากันไปที่ตลาดท่าเตียน เพราะที่นั่นมีเศษอาหารเหลือมาก ก็เป็นเรื่องเล่าจากประวัติของท่าน ที่ทำให้ผู้เขียนอมยิ้มได้เสมอในความกรุณาและความไม่ถือตัวของท่าน ซึ่งน่ายึดถือเป็นแบบอย่างยิ่งนัก

ส่วนพระดีอีกองค์ของเมืองไทยในยุคปัจจุบันอย่างหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน ท่านก็เคยเล่าว่าเจ้านกน้อยพากันบินมาเป็นฝูงๆ จากหลายจังหวัด เพื่อมาเรียนปฏิบัติธรรมกับท่าน นกพวกนั้นเห็นพระเณรในวัดที่ความประพฤติไม่เรียบร้อย ก็พากันตำหนิว่านี่ไม่ใช่พระวัดอัมพวันเป็นแน่ ใครอยากอ่านเรื่องราวเต็มๆ ก็ไปหาอ่านได้จากหนังสือของท่านหรือตามเว็บไซต์พุทธศาสนา เรื่องราวเหล่านี้อ่านสนุกทั้งยังให้ข้อคิดเตือนใจหลายประการ ที่แน่ๆ คือเราเองเกิดเป็นคน ยังเอาดีทางธรรมไม่ได้ ก็น่าอายเจ้าพวกนกมันเหลือเกิน นี่แหละอุทาหรณ์นกสอนคน

กลับมาที่เสียงเพลงอันไพเราะของเจ้านกกันบ้าง นักดนตรีดังระดับโลกหลายคนได้ใช้เสียงนกร้องเป็นแรงบันดาลใจในการประพันธ์เพลงของพวกเขาอยู่มากต่อมาก อย่างเช่น Vivaldi (เพลง “Spring”), Beethoven (“Sixth Symphony”), Wagner (“Siegfried”) นักดนตรีแจ๊ซชาวอเมริกันอย่าง Eric Dolphy ชอบฟังเสียงนกเวลาฝึกซ้อมเป่าฟลู้ต และได้นำเอาท่วงทำนองของนกมาใส่ในบทเพลงของเขาหลายเพลง

นกปรอดหัวจุก (red-whiskered bulbul) พบมากทางภาคเหนือ

นกปรอดหัวจุก (red-whiskered bulbul) พบมากทางภาคเหนือ

ในภาษาไทยเราเองก็มีเพลงเกี่ยวกับปักษาแสนสวยที่โด่งดังจนกลายเป็นเพลงอมตะ มีเนื้อร้องและทำนองที่ฟังแล้วให้อารมณ์แจ่มใสเบิกบานในความงามของธรรมชาติ อย่างเพลง “วิหคเหินลม” ที่ประพันธ์เนื้อร้องโดยคุณสุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ และทำนองโดยคุณสมาน กาญจนผลิน ขับร้องโดยตำนานของวงการเพลงอย่างคุณเพ็ญศรี พุ่มชูศรี

แสนสุขสมนั่งชมวิหค อยากเป็นนกเหลือเกิน
นกหนอนกเจ้าหกเจ้าเหิน ทั้งวันนกเจ้าคงเพลิน เหินลอยละลิ่วล่องลม
แม้เป็นนกได้ดั่งใจจินตนา ฉันคงเริงร่าลอยลม
ขอเพียงเชยชมทั่วท้องนภา ให้สุดขอบฟ้าสุขาวดี

ฉิมพลีวิมานเมืองฟ้า ค่ำคืนจะทนฝืนบิน เหินไปทั่วถิ่นที่มันมีดารา
เพราะว่าอยากจะรู้เป็นนักเป็นหนา ดาราพริบตาอยู่ใย
ยั่วเย้ากระเซ้าหรือไร หรือดาวเกี้ยวใครเหตุใดดาวจึงซน

ฟังให้ผ่อนคลายอารมณ์อย่างเดียวยังพอว่า อย่าริอ่านคิดฝันอยากจะเป็นนกเหมือนในเพลงเข้าเชียวนา… เดี๋ยวจะหาว่าผู้เขียนไม่เตือน

ผู้ที่ต้องการนำข้อมูลและภาพไปเผยแพร่ในเว็บไซต์หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ กรุณาระบุที่มาให้ด้วย ขอบคุณค่ะ