ว่าด้วยจริตนิสัยในการประดิษฐ์กิน ปราณีตกินนั้น คนไทยเราไม่เป็นสองรองใครในโลก เมนูอาหารคาวหวานแต่ละอย่างล้วนถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยความละเอียดอ่อนและความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ถึงเนื้อสัมผัส รูปทรง สี กลิ่น รส ของส่วนผสมแต่ละชนิด ซึ่งถูกนำมาผสานรวมกันเข้าเป็นอาหารจานหนึ่ง เพื่อสร้างสุนทรียะในการกินให้ได้มากที่สุด

ขนมลูกชุบ ตอนที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ

ขนมลูกชุบ ตอนที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ

นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ทำนองว่า ศิลปะการปรุงแต่งอาหารตามแบบผู้ดีชาววังนั้น เป็นการกินที่ยุ่งยากซับซ้อน หรูหราโอ่อ่า ซึ่งคงไม่ผิดจากการสร้างอารยธรรมอันยิ่งใหญ่บนหลังคนจน ผู้เขียนเองได้อ่านคำเสียดสีนี้แล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่า ชาติใดไร้อารยธรรม ชาตินั้นก็ดำรงอยู่ไม่ได้เหมือนกัน คงจะต้องอับอายขายขี้หน้านานาอารยประเทศเขาอยู่ไม่น้อย ผู้เขียนนั้นอยู่ในขั้นฝึกหัดตัวเองให้ประดิษฐ์กิน ปราณีตกิน เพราะอยากรู้ ว่าผู้ดีท่านกินอยู่กันอย่างไร แม้ตัวเองมิใช่ผู้ดีมาจากไหน แต่ก็ถือในคำสอน “รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม”

ลูกชุบรูปผลไม้ต่างๆ

ลูกชุบรูปผลไม้ต่างๆ

ผู้เขียนอยากเรียนรู้แบบแผนการกินอย่างผู้ดี มิใช่เพื่อลอกเลียนท่าน เพราะกานั้นมันมิอาจสวมปีกขนของหงส์ได้ เพียงแต่เทคนิควิธีการของท่านนั้น มันจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปได้ตามความคิดอ่านของตัวเอง

ขนมลูกชุบ ที่ทำเป็นรูปเมฆ พระจันทร์ และดวงดาว

ขนมลูกชุบ ที่ทำเป็นรูปเมฆ พระจันทร์ และดวงดาว

คนโบราณท่านน้อมใจทำอาหารคาวหวานถวายพระอย่างปราณีตละเอียดลออ เพื่อเป็นเครื่องแสดงศรัทธาของท่านที่มีต่อพุทธศาสนา การประดิษฐ์ปรุงแต่งอาหารอย่างยุ่งยากซับซ้อนคงมิใช่แต่เพื่ออวดโอ่ยศศักดิ์อัครฐานดอกกระมัง ผู้เขียนนึกถึงความจริงข้อนี้แล้ว ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย ด้วยพอจะมีข้ออ้างให้ประดิษฐ์กิน ปราณีตกิน ได้ต่อไป

*ผู้ที่ต้องการนำข้อมูลและภาพไปเผยแพร่ในเว็บไซต์หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ กรุณาระบุที่มาให้ด้วย ขอบคุณค่ะ