ภาพจิตรกรรมฝาผนัง วัดพระนอน จังหวัดแพร่

วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิง สนุกกันจริงวันลอยกระทง

ลอย..ลอยกระทง ลอย..ลอยกระทง ลอยกระทงกันแล้ว ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง…บุญจะส่งให้เราสุขใจ

(คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน)

กระทงที่ผู้เขียนประดิษฐ์ขึ้นจากใบพลับพลึง ตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวเช่นดอกพุด กุมาริกาและราชาวดี

หลวงพ่อพระธรรมสิงหบุราจารย์ หรือหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี ท่านสอนไว้ว่า จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการลอยกระทง คือการบูชาคุณองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราสร้างชาติให้เจริญมั่นคงมาได้ถึงทุกวันนี้เพราะอาศัยหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสอน ถ้าจะพิจารณาให้ดีแล้ว ชีวิตของเราทุกเวลานาที จะผ่านไปได้ด้วยดีก็เพราะการตั้งสติและเจริญสมาธิ จนเกิดปัญญา สำหรับใช้ในการแก้ไขปัญหา องค์ประกอบทั้ง 3 อย่างนี้เป็นธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ พระพุทธเจ้าจึงมีพระคุณต่อเรา สมควรแก่การกราบไหว้บูชาอย่างที่สุด

เป้าหมายอีกประการของการลอยกระทง คือการบูชาคุณพระแม่คงคา เพราะชีวิตเราขาดน้ำไม่ได้ กิจวัตรประจำวันของเราตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอนตอนกลางคืน เราต้องใช้น้ำอยู่ตลอด ตั้งแต่ชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย ประกอบอาหารเพื่อเลี้ยงชีพ ใช้รดต้นไม้เพื่อให้มันออกดอกออกผลมาให้เราได้กิน ถ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลหรือไม่เพียงพอต่อความต้องการ เราก็เดือดร้อน ถ้าฝนตกมากเกินกว่าความสามารถของผืนดินที่จะรับน้ำ น้ำก็ท่วม ทำให้ชีวิตและทรัพย์สินเราเสียหาย น้ำจึงมีค่าเท่ากับชีวิตของเรา ร่างกายเราก็ประกอบด้วยธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ หากน้ำในร่างกายไม่สมดุลก็เกิดโรคภัยต่างๆ นานา คนโบราณท่านจึงคิดพิธีกรรมนี้ขึ้นมาเพื่อให้เราได้ขอขมาต่อน้ำและสำนึกในพระคุณของน้ำ ใครจะว่าคนโบราณล้าหลังหรือเชย แต่ผู้เขียนว่าคนโบราณฉลาดลุ่มลึกมาก คนสมัยนี้จัดงานลอยกระทง แล้วไปเน้นความสำคัญแต่ว่าใครจะมาเปิดคอนเสิร์ต แต่ไม่สอนให้คนรู้จักศึกษารากเหง้าความเป็นมาของตนเองและประโยชน์ของสิ่งที่บรรพบุรุษท่านสร้างไว้ให้ น่าเสียดายเป็นอย่างมาก

จุดเทียนก่อนนำกระทงไปลอยในแม่น้ำยม

น้ำมีความเกี่ยวข้องกับดวงจันทร์ (งานลอยกระทงจัดขึ้นในวันพระจันทร์เต็มดวงหรือวันเพ็ญ) ดวงจันทร์นั้นหมุนรอบตัวเองและหมุนรอบโลกด้วย โดยเวลาในการหมุนรอบตัวเองจะได้จังหวะพอดีกับวิถีการโคจรรอบโลก เมื่อเรามองดูดวงจันทร์จากพื้นโลกก็จะเห็นดวงจันทร์เพียงด้านเดียว การหมุนของดวงจันทร์เป็นเกณฑ์ในการนับเวลามาแต่โบราณ ดวงจันทร์จึงมีอิทธิพลอย่างยิ่งในวัฒนธรรมของชนชาติต่างๆ ในโลก ทั้งด้านภาษา การทำปฏิทิน ศิลปะหลากหลายแขนง และเทวตำนานหรือเทพปกรณัม

เราเคยเรียนกันมาตั้งแต่เด็กแล้วว่า ปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลงเกิดจากดวงจันทร์ วิทยาศาสตร์เขาอธิบายว่าโลกได้รับแรงดึงดูดจากดาวสองดวง คือ ดวงอาทิตย์ที่อยู่ไกลแต่มีขนาดใหญ่ และดวงจันทร์ที่ขนาดเล็กแต่อยู่ใกล้ โดยตำแหน่งที่ดวงจันทร์เคลื่อนไปจะทำให้ทิศทางของแรงกระทำเปลี่ยนด้วย ส่งผลให้ของไหลบนโลก เคลื่อนตามทิศทางของแรงดึงดูดที่มากระทำต่อโลก จึงเกิดน้ำขึ้นและน้ำลง

กระทงลอยไปในกระแสน้ำ

ในเมื่อดวงจันทร์ส่งผลต่อน้ำบนโลก ก็ย่อมส่งผลต่อน้ำในร่างกายมนุษย์ด้วย

คำว่า month ในภาษาอังกฤษและคำอื่นๆ ที่คล้ายกัน ในภาษา Germanic (ภาษาในตระกูลอินโด-ยูโรเปียน) มาจากคำว่า mǣnṓth ในภาษา Proto-Germanic (ต้นรากของภาษา Germanic) เป็นภาษาพูดของชาวยุโรปเหนือในยุคเหล็ก คำนี้โยงกับ mǣnōn ซึ่งเป็นที่มาของคำอังกฤษโบราณ mōna ที่เปลี่ยนรูปมาเป็น mone และ moone ตามลำดับ สู่คำว่า moon ในปัจจุบัน

รากศัพท์ในภาษา Proto-Germanic นี้นำไปสู่คำว่า mensis ในภาษาละติน และ mēnas ในภาษากรีก แปลว่า เดือน สองคำนี้นำไปสู่คำอังกฤษว่า measure และ menstrual (menstruation = เมนส์ = period=รอบเดือน) ทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่าชาวยุโรปใช้ปฏิทินจันทรคติมาก่อนที่จะหันมาใช้ปฏิทินสุริยคติในปัจจุบัน และสะท้อนความจริงที่ว่า ดวงจันทร์มีผลต่อน้ำ-เลือดในร่างกาย

คำคุณศัพท์ในภาษาอังกฤษ lunar (แปลว่า ที่เกี่ยวกับดวงจันทร์) มาจากคำละติน luna ฝรั่งเศสเรียกดวงจันทร์ว่า la lune (ให้ดวงจันทร์เป็นเพศหญิง – la ใช้นำหน้าคำนามเพศหญิง) คำอังกฤษ lunacy (นาม)และ lunatic (คุณศัพท์) หรือสั้นๆ ว่า loony แปลให้น่ารักหน่อยก็ว่าเพี้ยน สติเฟื่อง หรือไม่เต็มบาท (Luna Lovegood ในเรื่อง Harry Potter ถูกเรียกว่า Loony Lovegood หรือ “ยายเลิฟกู๊ดสติเฟื่อง”)

ลูน่า เลิฟกู๊ด ในภาพยนตร์เรื่องแฮร์รี พ็อตเตอร์

นักปรัชญาอย่างอริสโตเติลหรือพลินีผู้อาวุโส (Pliny the Elder) เชื่อว่าพระจันทร์เต็มดวงทำให้คนที่อ่อนไหวหรือความรู้สึกไวเกิดอาการ ‘เพี้ยน’ ได้ เนื่องจากสมองซึ่งประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่นั้นย่อมได้รับอิทธิพลจากดวงจันทร์

ลูน่าในเรื่อง Harry Potter นั้น ถึงเธอจะสติเฟื่อง แต่เธอมีจิตใจงามไม่แพ้ใคร เธอมีสิ่งที่เฮอร์ไมโอนีไม่มี นั่นคือการมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น และเป็นสิ่งที่ไม่อาจคำนวณโดยใช้ตรรกะได้ ตอนจบของเรื่องยังบอกด้วยว่า เธอได้ใช้ความสติเฟื่องของเธอให้เป็นประโยชน์ต่อโลกไม่มากก็น้อย จึงสอนให้รู้ว่า อย่าตัดสินคนที่ความพิลึกพิลั่นภายนอก แต่ให้มองลึกถึงความงามในจิตใจ

ประเทศส่วนใหญ่ในโลกยกให้เทพแห่งดวงจันทร์เป็นชาย แต่คนปัจจุบันมักคุ้นเคยกับการที่เทพแห่งดวงจันทร์เป็นหญิงมากกว่า เพราะอิทธิพลจากกรีก โรมัน และจีน กรีกเรียกพระจันทร์ว่า Artemis โรมันเรียก Diana ส่วนจีนมีเทวีแห่งดวงจันทร์นามว่าพระนางฉังเอ๋อ (อ่านได้ในบทความ “หอมหมื่นลี้…มาลีแห่งดวงจันทร์”)

รูปสลักเทวี Artemis ที่มา : http://peplums.blogspot.com

เทวี Artemis เป็นตัวแทนของสัญชาตญาณ ความอ่อนไหวและลางสังหรณ์ เป็นเทวีที่คุ้มครองพวกคนเดินป่าและนักล่าสัตว์ จะเห็นรูปพระนางถือธนูสีทองไว้ในพระหัตถ์และมีกวางอยู่ด้วยเสมอ Artemis เป็นหญิงพรหมจรรย์ที่รักอิสระและแทบไม่เคยสนใจชายใด พระนางมีน้องชายฝาแฝดรูปงาม นั่นคือ Apollo (=พระอาทิตย์) ตำนานกรีกเล่าว่าพระนางเกิดก่อนเทพ Apollo และได้ช่วยทำคลอดให้พระมารดาด้วย พระนางจึงเป็นเทวีที่มีพลังเยียวยาผู้หญิงที่เจ็บปวดจากการคลอดบุตร ในทางโหราศาสตร์ ราศีกรกฎ (ธาตุน้ำ) อยู่ใต้อิทธิพลของดวงจันทร์ ชาวราศีนี้จึงมักมีนิสัยแบบ Artemis คือมักทำอะไรตามสัญชาตญาณหรือลางสังหรณ์ของตนเอง อีกทั้งมีอารมณ์อ่อนไหวง่าย บทจะดีก็เหมือนสายธาราที่เยือกเย็นใสแจ๋ว แต่บทจะร้ายขึ้นมา ก็เหมือนคลื่นคลั่งที่มีพลังทำลายล้างสูง  นี่กระมังที่ศิลปินมักเปรียบทะเลดั่งผู้หญิง เพราะความลึกลับและยากจะคาดเดา

ภาพวาด โดย tikii-kun

นักโหราศาสตร์เขาเชื่อกันว่า ดวงจันทร์สื่อถึงความต้องการลึกสุดในหัวใจ พฤติกรรมและการตอบสนองที่มาจากสัญชาติญาณและจิตไร้สำนึก หากดวงอาทิตย์สื่อถึงการกระทำ ดวงจันทร์หมายถึงการตอบสนองหรือการสะท้อน (reflection) ดุจเดียวกับที่ดวงจันทร์สะท้อนแสงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์สื่อถึงการใช้เหตุผล แต่ดวงจันทร์หมายถึงอารมณ์ สิ่งมีชีวิตในโลกจะอยู่ไม่ได้ถ้าปราศจากดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์อย่างใดอย่างหนึ่ง

ถ้าใครอยากทดสอบว่าตัวเองมีนิสัยอย่างไร ก็อย่าไปดูเฉพาะราศีตามวิถีการโคจรของดวงอาทิตย์ (ปฏิทินสุริยคติ) แต่ให้ไปดูราศีตามการเคลื่อนของดวงจันทร์ด้วย (เดี๋ยวนี้ให้คอมพิวเตอร์คำนวณก็ได้ เช่นในเว็บไซต์ www.cafeastrology.com  แค่กรอกชื่อ วัน เดือน ปีเกิด และเวลาตกฟาก) จะทราบได้ว่า ในขณะที่เราเกิดนั้น ดวงจันทร์อยู่ในราศีอะไร และมันทำให้เราเป็นคนอย่างไร ผู้เขียนสังเกตว่า คำทำนายนี้ค่อนข้างตรง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะต้องดูดาวดวงอื่นประกอบกันด้วย

สุดท้ายนี้อย่าลืมว่า คนเราจะมีความสุขได้หากยึดปัจจุบันเป็นสำคัญ ดังที่หลวงพ่อวัดอัมพวันท่านกล่าวว่า เวลาสอนให้กำหนด หมายถึงให้มีสติอยู่กับปัจจุบัน ถือเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด เพราะชีวิตอยู่ในกำมือของเราแล้ว การดูดวงชะตาอาจบอกอดีตของเราได้ หรือบอกว่าเราเป็นคนอย่างไร แต่เราต้องมีสติปัญญาพอจะใช้คำทำนายนั้นให้เป็นประโยชน์และเอาตัวรอดจากมันได้ด้วย อนาคตจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับปัจจุบัน หลวงพ่อสอนว่า “เรื่องเก่าอย่ารื้อฟื้น เรื่องอื่นอย่านำมาคิด กิจที่ชอบทำ อนาคตอย่าจับให้มั่นคั้นให้ตาย จะผิดหวังเสียใจไปตลอดชีวิต”  เป็นสัจธรรมที่ไร้กาลเวลาจริงๆ

*ผู้ที่ต้องการนำข้อมูลและภาพไปเผยแพร่ในเว็บไซต์หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ กรุณาระบุที่มาให้ด้วย ขอบคุณค่ะ