Image

โรแมนติคแบบไม่ตั้งใจตอนโก้งโค้งเก็บกระเจี๊ยบในแสงตะวันยามเย็นที่ใกล้ลับขอบฟ้า กลิ่นกรุ่นจางจากผืนดินที่ถูกบ่มไอแดดปนกลิ่นใบไม้ใบหญ้า  หมู่ภมรส่งเสียงหึ่งๆ อยู่ไม่ไกล ผืนฟ้าเวิ้งว้างไร้ที่สิ้นสุด เหมือนจะห่อหุ้มและแทรกซึมอยู่ในทุกอณูรอบตัว

กลิ่นรสเปรี้ยวซึ้งซ่านและสีสันล้ำลึกของกระเจี๊ยบ ดลใจให้สวมวิญญาณจิตรกร สะบัดปลายพู่กันวาดสี กลิ่น รสลงในจาน เมนูกระเจี๊ยบตามใจฉันแบบยักไหล่ใส่กูรูอาหารระดับกูร์เมต์ มีดังนี้

Image

Steamed Fish with Roselle Calyces (Hibiscus sabdariffa)
ingredients : ruby fish, roselle calyces and leaves, Thai chili, shallot, garlic, Thai basil, culantro, key lime juice, Thai fish sauce and palm sugar

ปลาทับทิมนึ่งกระเจี๊ยบ – แช่ปลาในน้ำปรุงรสเปรี้ยว เค็ม หวาน ด้วยความเปรี้ยวของกระเจี๊ยบสดสีแดงเข้ม และใบกระเจี๊ยบสีเขียวสวย จะบีบมะนาวเพิ่มความเปรี้ยวอีกสักมิติก็ไม่มีปัญหา ทั้งหมดนี้ตัดกับความเค็มจากน้ำปลา และรสหวานพอกลมกล่อมจากน้ำตาลปีบ โขลกพริกขี้หนูสด หอม กระเทียม ลงไปเคล้ากับตัวปลา นำชามใส่ปลาและส่วนผสมทั้งหมดขึ้นนึ่ง พอสุกโรยสมุนไพรอย่างโหระพาและผักชีฝรั่ง (Eryngium foetidum) ชื่อสามัญว่า culantro บ้านผู้เขียนเรียกว่า หอมน้อยกุลัว (กุลัว = แขกขาว) เล็กน้อยพอได้กลิ่นหอม (ย้ำว่าเล็กน้อยจริงๆ) เป็นอันเสร็จพิธีจับคู่ปลากับกระเจี๊ยบ

Image

Roasted Beef and Roselle Salad
ingredients : roasted beef, roselle calyces, shallot, Thai chili, tomato, kitchen mint (Mentha cordifolia), key lime juice, Thai fish sauce, palm sugar, ground roasted rice

ยำเนื้อย่างกับกระเจี๊ยบสด – นำเนื้อวัวเคล้าซีอิ๊วแล้วย่างจนผิวเกรียม ส่วนเนื้อในนุ่มกำลังดี หั่นเป็นชิ้นบาง ส่วนกระเจี๊ยบสดนำมาเผาไฟพอให้กลิ่นหอมโชย แล้วซอยเป็นเส้นบาง ทั้งสองอย่างนี้คลุกเคล้ากับหอมเล็กซอย พริกขี้หนูบุบ มะเขือเทศสด ใบสะระแหน่ ราดน้ำยำรสจัดจ้านด้วยน้ำปลา มะนาว น้ำตาลปีบ ปิดท้ายด้วยการโรยข้าวคั่วพอหอม เป็นสูตรยำพิลึกพิลั่นฟิวชั่นแบบไม่รู้กลางหรืออีสาน แต่รสกระแทกลิ้นดี กินตอนนั่งห้อยขาอยู่บนฮ้านไม้ไผ่เหนือบึงน้ำไหลเอื่อย ดูสายลมพัดต้องผิวน้ำ และแสงอาทิตย์ลำสุดท้ายใกล้ลับลา…บรรยากาศสุดเซอร์เรียลจนอยากให้เวลาเดินช้าลง

Image

Grilled Shrimp with Roselle Sauce
ingredients : shrimps, salt, white pepper, coriander roots
sauce : roselle juice, Japanese soy sauce, Thai soy sauce, brandy, palm sugar, green peppercorns
Sprinkle fried shallot, fried chili and fresh coriander on top of the shrimps

กุ้งราดซอสกระเจี๊ยบ – นำกุ้งทะเลมาลอกเปลือกและดึงเส้นดำที่หลังตัวกุ้งออก เคล้าเกลือ พริกไทย รากผักชี เล็กน้อย นำไปย่างไฟจนหอมได้ที่ (ผู้เขียนต้องทำอย่างนี้เพราะมีแต่กุ้งตัวเล็ก ใครสามารถหาซื้อกุ้งใหญ่ได้ก็อาจจะนำมาเผาทั้งเปลือก แล้วผ่าตัวกุ้งเผยให้เห็นเนื้อใน) ราดทับลงไปด้วยซอสกระเจี๊ยบรสเข้มข้น ที่ปรุงขึ้นจากน้ำกระเจี๊ยบสด เคี่ยวกับซีอิ๊วญี่ปุ่นผสมซีอิ๊วขาวไทย เหยาะบรั่นดีเล็กน้อย เติมน้ำตาลปีบกับพริกไทยสด 2-3 เม็ดพอหอม ละลายแป้งข้าวเจ้าในน้ำแล้วผสมลงในซอสเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความข้น จากนั้นโรยหอมเจียว พริกแห้งคั่ว และผักชีตามชอบ

Image

Preserved Roselle
ingredients : roselle calyces, sugar, salt, licorice root

และต้องไม่ลืมตบท้ายด้วยของหวานพอให้ชุ่มคอชื่นใจ ความอวบฉ่ำและสีสวยของกระเจี๊ยบสด ทำให้ผู้เขียนนึกอยากจับมันแช่อิ่มในน้ำตาลเพื่ออวดสีสันเงาสวย วิธีการก็ไม่มีอะไรมากมาย เหมือนการทำผลไม้แช่อิ่มทั่วไป อาศัยเพียงชิมรสให้ได้ความเปรี้ยวหวานลงตัว และถ้าอยากให้กระเจี๊ยบมีความกรุบกรอบ ก็นำไปแช่น้ำปูนใสเสียก่อนเท่านั้นเอง กระเจี๊ยบแช่อิ่มนี้ผู้เขียนใส่ชะเอมลงไปด้วยเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอม  รสชาติก็ไม่มากไม่มายอะไร แค่ทำให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า หายง่วงเหงาหาวนอนเป็นปลิดทิ้งก็แล้วกัน

Image

Roselle Juice
ingredients : roselle calyces, drinking water, sugar, salt

เมนูกระเจี๊ยบตามใจฉันของผู้เขียนนี้ทำไม่ยากนักและไม่เรื่องมากเกี่ยวกับส่วนผสม ทั้งหมดเป็นของซื้อหาได้ตามตลาดทั่วไป ยกเว้นก็แต่กระเจี๊ยบสดซึ่งถ้าคุณไม่มีสวนหรือพื้นที่ว่างมากพอจะปลูกได้ก็คงเป็นเรื่องยากอยู่สักหน่อย ผู้เขียนไม่แน่ใจว่ากระเจี๊ยบสดนี้มีขายในตลาดบ้างไหม เคยเห็นแต่กระเจี๊ยบตากแห้งเอาไว้สำหรับต้มน้ำกระเจี๊ยบดื่มแก้กระหาย

 

กรณีของผู้เขียนก็นับว่าบังเอิญโดยแท้ เพราะคุณอาของผู้เขียนตั้งใจจะปลูกต้นไม้ชนิดอื่นซึ่งมีรูปลักษณ์คล้ายกัน แกเฝ้าดูแลรักษาจนมันโตแล้วได้เห็นดอก ถึงได้รู้ว่าไม่ใช่ต้นไม้ที่ตัวเองตั้งใจจะปลูก แต่กลายเป็นกระเจี๊ยบสีแดงเข้มมีเสน่ห์น่ากิน   เป็นที่มาของสารพัดเมนูซึ่งเอามาฝากกันในวันนี้ ส่วนจะมีรสชาติอร่อยลิ้นหรือไม่อย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคนปรุงและความชอบของใครของมัน อันว่าบาลานซ์และฮาร์โมนีของแต่ละคนนั้นย่อมไม่เหมือนกัน ก็คงต้องปล่อยให้แต่ละคนได้บรรเลงเพลงของตัวเอาเอง ได้ผลเป็นอย่างไรอย่าลืมมาเล่าให้ผู้เขียนฟังบ้างก็แล้วกัน