ลำโพง หรือ Datura เป็นไม้ในวงศ์ Solanaceae เจริญเติบโตทั่วไปในเขตอบอุ่นจนถึงร้อนชื้นของโลก ทว่าพบมากทางใต้ของอเมริกา เม็กซิโก ไปจนถึงอเมริกาใต้ นักพฤกษศาสตร์บางคนเชื่อว่า นักเดินทางชาวยุโรปที่เป็นผู้ค้นพบดินแดนใหม่ได้นำดอกไม้ชนิดนี้กลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอนของตน บ้างก็เชื่อว่าถิ่นกำเนิดของลำโพงน่าจะอยู่ใกล้ทะเลแคสเปียน ซึ่งจากจุดดังกล่าว ทำให้พืชชนิดนี้สามารถแพร่หลายไปยังทวีปแอฟริกาและเอเชีย กระทั่งเข้าสู่ยุโรปในยุคกลาง โดยพวกยิปซีซึ่งเป็นชนเร่ร่อนเป็นผู้นำเข้าไป ลำโพงบางพันธุ์ยังพบในอินเดีย และออสเตรเลียอีกด้วย

ลำโพงนี้มีทั้งหมดกว่า 20 ชนิด ซึ่งรวมถึงไม้สกุลใกล้เคียงอย่าง Brugmansia ที่บ้านเราเรียกว่าดอกแตรนางฟ้าหรือลำโพงด้วยเช่นเดียวกัน แต่ Datura นี้แตกต่างจาก Brugmansia ตรงที่เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ดอกบานตั้งขึ้นจากพุ่มใบ ขณะที่ Brugmansia เป็นไม้ต้นขนาดเล็กถึงกลางและดอกใหญ่ห้อยระย้าคว่ำลงจากกิ่งก้านสาขา

ลำโพงขาวสกุล Brugmansia มีดอกห้อยระย้าลงจากต้นดูสวยงาม จาก http://www.exoticrainforest.com

ลำต้นของลำโพงนี้สูงได้ราว 2 เมตร ดอกมีหลายสี เช่น ขาว เหลืองสลับแดง ชมพู หรือม่วงอ่อน ลักษณะคล้ายแตรหรือลำโพงเครื่องเล่นแผ่นเสียง จึงมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Devil’s Trumpet บ้างก็เรียก Angel’s Trumpet หรือ Hell’s Bells ส่วนชื่อ Thorn-Apple หรือ Pricklyburr มาจากผลที่มีหนามแหลม บ้างก็เรียก Moonflower, Devil’s Weeds หรือ Jamestown Weeds ชื่อหลังสุดนี้มาจากเมือง Jamestown ในรัฐเวอร์จิเนีย มีเรื่องเล่าว่าทหารอังกฤษที่ถูกส่งไปปราบกบฏที่นั่นในปี ค.ศ. 1676 ได้เก็บไม้ชนิดนี้ไปประกอบอาหารโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้ต้องล้มหมอนนอนเสื่ออยู่นานถึง 11 วัน ส่วนชื่อ datura นั้น ข้อมูลบางแหล่งระบุว่ามาจากคำภาษาฮินดี dhatura แปลว่าแอปเปิ้ลที่มีหนามแหลม

ดอกลำโพงบางชนิดจะส่งกลิ่นฟุ้งขจรในยามค่ำ เพื่อล่อผีเสื้อกลางคืนที่มาผสมเกสร ปัจจุบันมีน้ำหอมหลายชนิดที่โฆษณาว่าได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นดอกลำโพง โดยอาจนำกลิ่นดอกไม้หลากหลายชนิดมาผสมเข้าด้วยกัน เช่น ดอกหอมหมื่นลี้ (osmanthus), ทานตะวันสีม่วง หรือ พลอยสีม่วง (heliotrope), มะลิ และซ่อนกลิ่น ส่วนกลิ่นฐาน หรือ base note มักใช้กลิ่นหวานของวานิลลา, tonka bean หรือกลิ่นอบอุ่นอย่างมัสค์ ดอกลำโพงชนิดที่มีกลิ่นหอมมาก จนนิยมแต่งกลิ่นสังเคราะห์เลียนแบบเพื่อนำไปใช้ในการผสมน้ำหอม ก็คือ Datura wrightii ที่เรียกกันทั่วไปว่า Sacred Datura

ผีเสื้อกลางคืนกำลังดูดกินน้ำหวานจากดอกลำโพง Sacred Datura ภาพโดย Charles Hedgcock RBP

เห็นมีกลิ่นเย้ายวนชวนหลงใหลอย่างนี้ แท้จริงแล้วลำโพงเป็นดอกไม้แฝงพิษอันตราย เพราะมีสารอัลคาลอยด์ที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท เมื่อบริโภคเข้าไปจะทำให้เกิดอาการประสาทหลอนหรือเพ้อคลั่ง แต่จากบันทึกทางประวัติศาสตร์จำนวนมากก็พบว่ามีการใช้ประโยชน์จากพิษของดอกไม้ชนิดนี้ในหลายภูมิภาคของโลก

ตำนานของชาว Zuni ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ทางตะวันตกของรัฐนิวเม็กซิโกในอเมริกา เล่าว่า กาลครั้งหนึ่ง เด็กชายคนหนึ่งนามว่า A’neglakya และน้องสาวฝาแฝดชื่อ A’neglakyatsitsa อาศัยอยู่ลึกลงไปใต้พื้นพิภพ แต่ทั้งสองจะเดินทางขึ้นมาบนพื้นโลกเป็นครั้งคราวเพื่อท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ และเมื่อกลับถึงบ้าน เด็กทั้งสองก็จะเล่าเรื่องราวการผจญภัยให้มารดาฟังอย่างสนุกสนาน จนวันหนึ่งเมื่อฝาแฝดเริ่มออกเดินทางไปยังพื้นโลกอีกครั้ง ก็ได้เผชิญหน้ากับโอรสขององค์สุริยเทพ ที่สงสัยในพฤติกรรมของเด็กทั้งสองและเริ่มซักไซ้ถึงความเป็นอยู่ของพวกเขา ทั้งสองจึงเผลอเล่าถึงการเดินทางท่องไปในโลก และความสามารถพิเศษในการสะกดมนุษย์ให้หลับใหลและตกอยู่ในห้วงความฝัน ที่ทำให้เห็น ‘นิมิต’ หรือภาพสิ่งของต่างๆ ที่มนุษย์เหล่านั้นทำหายไป

เมื่อโอรสของสุริยเทพได้ยินดังนั้น ก็ลงความเห็นว่าคู่แฝดรู้มากเกินไป จึงลงโทษด้วยการสาปให้ทั้งสองอันตรธานไปใต้พิภพชั่วนิรันดร์ ทว่าหลังจากนั้นกลับมีดอกไม้สองดอกเจริญเติบโตขึ้นบนพื้นดิน เป็นดอกไม้ชนิดเดียวกับที่ฝาแฝดใช้วางบนศีรษะมนุษย์เพื่อช่วยให้พวกเขาเห็นภาพนิมิต เพื่อระลึกถึงเด็กทั้งคู่ เหล่าเทพเจ้าจึงเรียกดอกไม้ชนิดนี้ว่า A’neglakya ดอกไม้ดังกล่าวก็เจริญเติบโตแพร่พันธุ์ไปทั่วโลกนับแต่นั้น

ดอกลำโพงนี้มีความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างมากต่อชนพื้นเมืองในทวีปเอเชียและอเมริกา ซึ่งรู้จักใช้ประโยชน์จากดอกไม้ชนิดนี้มากว่า 3,000 ปีแล้ว จนถือเป็นพืชชั้นสูงที่มีคุณสมบัติพิเศษคือมีฤทธิ์หลอนประสาท เชื่อว่าสามารถทำให้เห็นภาพนิมิต พยากรณ์อนาคต และเผยถึงสาเหตุของโรคร้ายและภัยพิบัติต่างๆ ได้

ชนเผ่า Aztec ในอเมริกากลาง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร รู้จักใช้ดอกลำโพงหลายพันธุ์ด้วยกัน ชนิดหนึ่งมีชื่อเรียกว่า Toloache ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็น Datura innoxia มีสรรพคุณเป็นยาแก้ปวดอย่างดีสำหรับใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา และใช้เป็นสารเสพติดหรือสารหลอนประสาทในพิธีบูชายัญ ส่วนดอกลำโพงชนิด Datura ceratocaula ซึ่งมีชื่อเรียกว่า Atlinan ก็ถือเป็นพืชศักดิ์สิทธิที่อนุญาตให้ใช้เฉพาะในหมู่นักบวชเท่านั้น เชื่อว่ามีสารหลอนประสาทที่ช่วยให้นักบวชสามารถติดต่อกับพระเจ้า เพื่อพยากรณ์เหตุการณ์ในอนาคต สืบเสาะหาที่ซ่อนสิ่งของต่างๆ ที่หายไป และวินิจฉัยสาเหตุของโรคร้ายต่างๆ โดยเฉพาะที่เกิดจากการทำคุณไสย ส่วนสรรพคุณทางแพทย์ของลำโพงชนิดนี้ก็มีหลากหลาย เช่น ใช้ทำขี้ผึ้งสำหรับนวดบำบัดอาการกระดูกฝ่าเท้าหักหรือเจ็บเท้า ใช้ปิดแผลพุพองอักเสบ แผลเปื่อย เป็นหนอง หรือแผลติดเชื้อ และใช้พอกรักษาโรคไขข้ออักเสบ

ในแถบเทือกเขาแอนดีส มีลำโพงอีกชนิดขึ้นอยู่ทั่วไป คือ Datura arborea มีชื่อเรียกว่า Chamico ชนพื้นเมืองมักนำไปทำชาหรือมวนยาสูบ เมื่อเสพเข้าไปแล้วจะทำให้เห็นภาพนิมิตต่างๆ แพทย์ชาวเปรูในสมัยโบราณและพวกหมอผีจะใช้สารหลอนประสาทในลำโพงชนิดนี้ เวลาประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิหรือทำการผ่าตัด เช่น การเจาะกะโหลก

ส่วนชนเผ่า Auruks ในชิลีก็สืบทอดการใช้ดอกลำโพงมาแต่โบราณ พวกนี้นิยมให้เด็กที่ดื้อมากๆ หรือสอนยาก ดื่มน้ำต้มดอกลำโพงชนิด Datura ferox เพราะเชื่อว่าวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในต้นจะช่วยกล่อมเกลาโน้มน้าวจิตใจเด็กให้กลับมีนิสัยว่านอนสอนง่าย ส่วนพวกหมอผีหรือคนทรงเจ้าก็เชื่อว่าสารหลอนประสาทในลำโพงชนิดนี้ช่วยให้สามารถถอดวิญญาณเดินทางท่องไปในจักรวาล หรือแปลงร่างเป็นสัตว์ต่างๆ ได้

Carlos Castaneda นักเขียนอเมริกันเชื้อสายเปรู ผู้ศึกษาค้นคว้าเรื่องหมอผีหรือคนทรงเจ้าในอารยธรรม ของชนพื้นเมืองในทวีปอเมริกาก่อนยุคล่าอาณานิคม เคยเขียนเล่าไว้ในหนังสือ  “The Teachings of Don Juan” อันโด่งดังของเขาว่า Don Juan ซึ่งเป็นหมอผีอาวุโสประจำเผ่า Yaqui ได้สอนวิธีใช้ดอกไม้พิษนี้แก่เขาอย่างละเอียด หมอผีเชื่อว่าดอกลำโพงมีอำนาจดุจดังหญิงสาว “หล่อนมีพลังกล้าแข็งราวกับพันธมิตรที่ดีที่สุดของท่าน ทว่าหล่อนก็รู้วิธีล่อลวงบุรุษ หล่อนจักให้เขาลิ้มรสแห่งอำนาจเร็วเกินกว่าเขาจะทันสร้างเกราะป้องกันหัวใจตนเอง ทำให้เขายอมสยบใต้อำนาจและมีพฤติกรรมที่คาดเดาไม่ได้ หล่อนทำให้พวกเขาอ่อนแอในยามที่มีอำนาจสูงสุด”

กระนั้นหมอผี Don Juan ก็สอนวิธีใช้ดอกลำโพงอย่างละเอียด ทั้งส่วนราก ลำต้น ใบ ดอก และเมล็ด เขาเชื่อว่าทุกส่วนของต้นลำโพงมีพลังอำนาจซึ่งต้องใช้พิธีกรรมแตกต่างกัน กิ้งก่าสองตัวจะถูกจับมาใช้ในพิธีศักดิ์สิทธิ ภายใต้มนตร์สะกดของดอกลำโพง หมอผีจะขอให้กิ้งก่าช่วยหาคำตอบที่เขาต้องการ กิ้งก่าตัวหนึ่งจะถูกส่งไปหาคำตอบ ขณะที่อีกตัวเกาะบนไหล่ คอยกระซิบบอกทุกสิ่งที่กิ้งก่าอีกตัวเห็นและได้ยิน

Don Juan ยังสอนให้ขอขมาวิญญาณของต้นลำโพงก่อนจะขุดพืชชนิดนี้ขึ้นมาใช้ และห้ามใช้เครื่องมือเหล็กอย่างเด็ดขาด แต่ให้ใช้กิ่งของต้นไม้ที่เป็น ‘มิตร’ กับต้นลำโพง เพื่อไม่ให้ต้นที่ขุดขึ้นมานั้นบอบช้ำ เวลานำส่วนต่างๆ ไปใช้จะได้ประโยชน์สูงสุด ไม่เกิดอาถรรพ์ต่างๆ

ชนเผ่า Chumash ซึ่งอาศัยอยู่แถบชายฝั่งตอนกลางและใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียถือว่าลำโพงเป็นพืชวัฒนธรรมของเผ่าเช่นกัน พวกเขาเชื่อว่าโลกแต่เดิมเป็นที่อยู่อาศัยของ “ชนรุ่นแรก” ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่เป็นบรรพบุรุษของพวกเขา เมื่อโลกที่คนกลุ่มนี้อาศัยอยู่เกิดน้ำท่วมใหญ่ พวกเขาจึงกลายร่างเป็นสัตว์และพืชต่างๆ จวบจนปัจจุบัน และในกลุ่มชนรุ่นแรกนี้ มีย่าทวดหรือ “Momoy” ผู้มีตาทิพย์ เมื่อเกิดน้ำท่วมโลกครั้งนั้น ย่าทวดได้กลายร่างเป็นดอกลำโพง ชนเผ่า Chumash ซึ่งเป็นลูกหลานจึงสืบทอดพลังวิเศษนี้มาด้วย ตำนานเล่าว่า ย่าทวดได้ล้างมือในน้ำและผู้สืบทอดก็ได้ดื่มน้ำดังกล่าวเข้าไป ผลคือผู้นั้นจะหลับลึกและได้พบกับวิญญาณสัตว์ที่เป็นผู้คุ้มครอง เขาจะสามารถสื่อสารกับบรรพบุรุษและเห็นภาพนิมิตที่พยากรณ์ถึงอนาคตได้

เผ่า Chumash ยังใช้ดอกลำโพงทำยาชา สำหรับจัดกระดูกให้เข้าที่ ใช้รักษาแผล ล้างพิษในกระแสเลือด และรักษาโรคริดสีดวงทวาร สารเสพติดในดอกไม้ชนิดนี้มีฤทธิ์ทำให้คนไข้อยู่ในอาการกึ่งสลบ จึงช่วยลดความเจ็บปวดและความเครียดทางจิตใจ ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการเยียวยาได้ผลดียิ่งขึ้น

ชนเผ่า Chumash จาก http://www.chumashindian.com

ชาวเกาะ Caribbean เรียกลำโพงว่า “สมุนไพรหมอผี” และ “แตงกวาซอมบี้” ซึ่งชื่อหลังนี้ก็ได้จากการนำดอกลำโพงไปใช้ทรมานนักโทษอย่างสยดสยองนั่นเอง อาชญากรที่ก่อความผิดร้ายแรงจะถูกบังคับให้ดื่มน้ำต้มสมุนไพรซึ่งผสมพิษลำโพงและพิษปลาปักเป้าที่มีฤทธิ์รุนแรง กระทั่งตกอยู่ในอาการกึ่งโคม่า ไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าใดๆ แม้จะยังหายใจอยู่ นักโทษเหล่านี้จะถูกประกาศว่าตายแล้ว โดยร่างจะถูกนำไปใส่โลงซึ่งมีช่องระบายอากาศเพื่อทำพิธีศพ หลังจากผ่านไป 3 วัน โลงศพซึ่งถูกฝังอยู่จะถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง นักโทษจะถูกกรอกพิษลำโพง ตามด้วย “การนำทางสู่ชีวิตหลังความตาย” ซึ่งเหมือนการล้างสมองเพื่อให้สยบต่อกฎเกณฑ์ใหม่ หลังจากนั้นจะถูกกรอกด้วยพิษลำโพงอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้อยู่ในอาการประสาทหลอนตลอดเวลา เชื่อว่าวิญญาณของพวกเขาถูกขับออกจากร่าง และ “ผีดิบนักโทษ” จะสูญเสียความทรงจำทั้งหมดเกี่ยวกับตนเอง

ในทวีปแอฟริกาก็มีการให้เด็กหนุ่มที่ยังบริสุทธิ์ออกสืบหาอาชญากรโดยใช้โทรจิต เด็กหนุ่มผู้นี้จะต้องดื่มน้ำสมุนไพรผสมดอกลำโพงเสียก่อน จากนั้นจะถูกพาไปยังสถานที่เกิดเหตุ เพื่อออกสืบหาหลักฐานและแกะรอยฆาตกรจนกระทั่งพบตัว

ส่วนชาวอินเดียถือว่าลำโพงเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทธิที่เจริญเติบโตจากพระอุระของพระศิวะ จึงมีพิธีกรรมถวายดอกลำโพงแด่พระศิวะในเดือนมกราคม พราหมณ์และโยคีนิยมสูบยาเส้นที่ทำจากใบและเมล็ดลำโพงผสมกัญชาซึ่งถือเป็นพืชศักดิ์สิทธิประจำองค์พระศิวะอีกชนิดหนึ่ง เชื่อว่าผู้ที่สูบยานี้จะสามารถเข้าถึงธรรมชาติทั้งสองด้านที่เป็นหญิงและชายของพระเจ้า ดอกลำโพงเป็นสัญลักษณ์แทนเพศชาย ส่วนกัญชาแทนเพศหญิง ยาสูบจะถูกจุดด้วยกิ่งไม้ 2 อันซึ่งแทนทวิลักษณ์ของธรรมชาติ เชื่อกันว่าพระศิวะซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งเปลวเพลิงจะแปลงพลังอำนาจของพืชทั้งสองชนิดและกระตุ้นพลังทางเพศของจักรวาล จนไฟศักดิ์สิทธิหรือพลังกุณฑาลินีซึ่งเปรียบเสมือนงูยักษ์สีแดงเพลิงที่หลับใหลอยู่ภายในจักรมูลธารในร่างกายของโยคีถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ราวกับงูยักษ์ที่คลายเกลียวขึ้นสู่เบื้องบน ชาวฮินดูเชื่อว่าพลังกุณฑาลินีนี้เป็นจุดกำเนิดของพลังชีวิตที่กระตุ้นสัญชาตญาณการอยู่รอดและการสืบพันธุ์ของมนุษย์ กระบวนการดังกล่าวจึงเป็นการชำระจักรให้บริสุทธิ์ จนเกิดการตระหนักรู้ถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของสรรพสิ่ง และจากความเชื่อทางศาสนานี้เอง ทำให้ลำโพงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่ามีฤทธิ์กระตุ้นความต้องการทางเพศ หรือ aphrodisiac ด้วย

พระแม่ทุรคา จาก http://mblog.manager.co.th/openindia/th-32981/

พวก Thug ซึ่งเป็นสมาคมลับของสาวกเจ้าแม่กาลีหรือทุรคา ถือว่าลำโพงเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทธิเช่นกัน เชื่อกันว่าจะต้องทำพิธีบูชายัญเจ้าแม่กาลีซึ่งเป็นเทวีแห่งความตายและการสืบพันธุ์ ด้วยมนุษย์เพศชายทุกวัน วันละ 1 คน สารเสพติดจากดอกลำโพงจึงถูกนำมาใช้ปลุกอารมณ์ฮึกเหิมแก่บรรดาสาวกในเวลาเข้าโจมตีหรือวางยาพิษเหยื่อก่อนนำไปสังหาร

ตำนานของลัทธิเต๋าในจีนก็เล่าว่าลำโพงเป็นดอกไม้ที่เบ่งบานบนดาวเหนือ ผู้ถือสาสน์ที่มาจากดาวดวงนี้จึงถือดอกลำโพงมาด้วยเสมอ ชาวจีนนิยมผสมลำโพงกับกัญชาและเหล้าไวน์ ธรรมเนียมเก่าแก่เชื่อว่าหากคนเก็บดอกลำโพงหัวเราะร่าเริงก็จะทำให้คนที่ดื่มเครื่องดื่มนี้หัวเราะไปด้วย แต่หากร้องไห้ก็จะทำให้ทุกคนที่ดื่มเครื่องดื่มเข้าไปรู้สึกเศร้าสร้อยตาม ชาวจีนเชื่อว่าลำโพงมีฤทธิ์กระตุ้นความต้องการทางเพศเช่นกัน ทั้งยังนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์อีกหลายอย่างด้วย

ส่วนในยุโรปนั้น ชาวยิปซีซึ่งเป็นกลุ่มชนเร่ร่อนมักใช้ดอกลำโพงผสมในขี้ผึ้ง เชื่อว่าเป็นยาแม่มดที่ช่วยให้บินได้ พวกที่เผาแม่มดในยุคกลางบันทึกไว้ว่าผู้ถูกกล่าวหาหลายคนยอมรับว่าได้ ‘เต้นรำกับปีศาจ’ แต่คำสารภาพนี้น่าจะเป็นผลจากการถูกทรมานอย่างรุนแรงและความสะพรึงกลัวมากกว่า จริงๆ แล้วพฤติกรรมดังกล่าวน่าจะเป็นผลจากอาการประสาทหลอน เนื่องจากการเสพสารอัลคาลอยด์ในดอกลำโพงมากเกินไป ชาวยุโรปในยุคกลางก็รู้จักลำโพงในฐานะสารกระตุ้นความต้องการทางเพศเช่นกัน เป็นที่เลื่องลือว่ามีฤทธิ์สยบการต่อต้านเซ็กส์ พวก ‘แมงดา’ ในสมัยนั้นจึงรู้วิธีใช้ดอกลำโพงเป็นอย่างดี

ชาวยิปซีในโรมาเนีย จาก http://jessicajohnson.theworldrace.org

ในรัฐเวอร์จิเนียของอเมริกา มีรายงานข่าวว่าผู้ได้รับพิษลำโพงหลายคนมีอาการพิลึกพิลั่น เช่นทำท่าเป่าขนนกในอากาศ หรือนั่งเปลือยกายและฉีกยิ้มกว้างให้คนที่เดินผ่านไปมา อาการเหล่านี้จะหายไปภายใน 7 วันหลังได้รับสารพิษ โดยที่ผู้ป่วยไม่สามารถจดจำได้เลยถึงพฤติกรรมแปลกประหลาดของตนเอง ช่วงทศวรรษที่ 20 ก็มีรายงานข่าวว่าวัยรุ่นในอเมริกาหลายคนเสียชีวิตหรืออาการสาหัสจากการเสพสารพิษในดอกลำโพง

สารอัลคาลอยด์นี้ถือว่ามีอันตรายมาก โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหัวใจ เพราะมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางและกดปลายประสาท ทำให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ คอแห้งและเป็นตะคริว ส่วนสาร anticholinergic ในปริมาณมากก็ทำให้ผู้ป่วยไร้ความสามารถในการแยกแยะความจริงออกจากความฝัน มีพฤติกรรมรุนแรง อุณหภูมิในร่างกายพุ่งสูง รูม่านตาขยาย ซึ่งก่อให้เกิดอาการแพ้แสงเป็นระยะเวลาหลายวัน

ในขั้นต้น ผู้ได้รับพิษจะเริ่มพูดหรือหัวเราะไม่หยุด เกิดอาการเลอะเลือนและมีพฤติกรรมซ้ำๆ เห็นภาพหลอนและคลุ้มคลั่งขาดสติ ซึ่งอาจนำไปสู่พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง เมื่ออาการดังกล่าวหยุดลงจะเริ่มเข้าสู่ช่วงหลับลึกซึ่งอาจฝันเห็นภาพประหลาดพิสดารต่างๆ ที่มักเกี่ยวกับเรื่องเพศ เมื่อตื่นขึ้นจะเกิดอาการปวดศีรษะเหมือนคนเมาค้างและจำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านั้น สามารถแก้ไขอาการเบื้องต้นได้ด้วยการทำให้อาเจียนหรือล้างท้อง ผงถ่านจากไม้หลิว (willow) มีสรรพคุณในการล้างพิษดอกลำโพงได้

น้ำหอม Datura Noir จาก Serge Lutens (ซ้าย) ได้แรงบันดาลใจจากดอกลำโพง ประกอบด้วยกลิ่นส้มแมนดาริน ดอกมะนาว หอมหมื่นลี้ พลอยสีม่วง (heliotrope) ซ่อนกลิ่น มะพร้าว แอพปริค็อต มดยอบ (myrrh) วานิลลา อัลมอนด์ tonka bean และมัสค์ ส่วนน้ำหอม Secrète Datura จาก Maitre Parfumeur et Gantier (ขวา) มีส่วนผสมของกลิ่นใบไม้เขียว ดอกส้ม ดอกมะนาว มะลิ พลอยสีม่วง ไฮยาซินธ์ แอมเบอร์ มัสค์ แฝกหอม และไม้ซีดาร์ ที่มาภาพ : http://champselyseescosmetics.com

แม้จะเป็นดอกไม้มีพิษหากบริโภคเข้าไป แต่การสูดดมกลิ่นหอมเย้ายวนของดอกลำโพงนั้นก็ไม่ได้เกิดผลร้ายอะไรต่อร่างกาย ผู้เขียนว่าเป็นกลิ่นหอมที่เผยมนตร์เสน่ห์ลึกลับตามแบบ tropical flowers ที่มักจะให้กลิ่นเข้มข้นรุนแรง เปรียบเหมือนสาวสวยทรงเสน่ห์ที่แฝงความร้อนแรงอันตราย คนทั่วไปจึงพึงใจที่จะชมความงามหรือสูดกลิ่นหอมอยู่ภายนอกเสียเท่านั้น หากเข้าไปเกี่ยวพันด้วยจริงๆ จังๆ ก็อาจจะถูกพิษร้ายเผาไหม้ให้แสบร้อนหัวใจเอาเสียเปล่าๆ

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก http://b-and-t-world-seeds.com/Datura.htm

*ผู้ที่ต้องการนำข้อมูลไปเผยแพร่ในเว็บไซต์หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ กรุณาระบุที่มาของข้อมูลด้วย…ขอบคุณค่ะ

น้ำหอมกลิ่นลำโพงหรือที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกลำโพง

niche/exclusive brands : Datura Noir by Serge Lutens, Secrète Datura by Maitre Parfumeur et Gantier, Datura Blanche by Keiko Mecheri, Green Datura by Voluspa