ที่มา : www.parfumeriazet.sk

ที่มา : http://www.parfumeriazet.sk

ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนดัง คนรวยในยุคนี้ไปแล้ว ที่ต้องออกน้ำหอมชื่อตัวเองมาวางขายเพื่อดึงดูดกลุ่มแฟนๆ ที่คลั่งไคล้ ถือเป็นธุรกิจที่ทำกำไรมหาศาลและกลายเป็นแฟชั่นฮ็อตฮิตในหมู่ celebrity ทั้งในวงการภาพยนตร์ แฟชั่น ดนตรี หรือกระทั่งกีฬา เราจึงได้เห็นน้ำหอมของนักร้องซูเปอร์สตาร์อย่าง Britney Spears หรือ Christina Aquilera ดาราฮอลลีวู้ดอย่าง Jennifer Lopez และ Sarah Jessica Parker ซูเปอร์โมเดล Kate Moss สาวไฮโซจอมฉาว Paris Hilton หรือนักกีฬาดังอย่าง David Beckham และ Maria Sharapova

 คนดังเหล่านี้ร่วมงานกับบริษัทเครื่องสำอางและน้ำหอมชั้นนำของโลก ซึ่งรับผิดชอบเรื่องการผลิตและการโฆษณา โดยที่เจ้าตัวอาจเข้ามามีส่วนร่วมบ้างในขั้นตอนการออกแบบกลิ่นเพื่อสะท้อนบุคลิกภาพของตนเอง อีกทั้งปรากฏตัวในแคมเปญโฆษณา เพื่อตอกย้ำความเป็นตัวตนที่สื่อผ่านน้ำหอมกลิ่นนั้นๆ

 แน่นอนว่ากลิ่นน้ำหอมเหล่านี้ย่อมมีความเป็น mass สูง เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าซึ่งเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ที่คุ้นเคยกับภาพลักษณ์ของซูเปอร์สตาร์เหล่านี้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นจนถึงวัยทำงานตอนต้น ลักษณะการออกแบบกลิ่นจึงไม่ซับซ้อนหรือมีความเป็น ‘ปัจเจก’ สูงเช่นเดียวกับน้ำหอมประเภท niche ที่มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าประเภทแฟนพันธุ์แท้ที่หลงใหลน้ำหอมกันอย่างจริงจังและ ‘รู้มาก’ ในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับน้ำหอม เฉกเช่นเดียวกับเซียนไวน์ที่รู้เรื่องไวน์เป็นอย่างดี จึงออกจะมีความเรียกร้องต้องการสูงในคุณภาพของกลิ่น ทำนอง ‘เอาใจยาก’ ว่างั้นเถอะ ขณะที่น้ำหอมคนดังเหล่านี้มักออกแบบกลิ่นมาให้เข้าถึงได้ง่ายและหอมติดจมูกคนส่วนใหญ่ ที่ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่ากลิ่นหอมๆ ที่ประพรมแล้วสามารถเสริมสร้างเสน่ห์ดึงดูดในตัวเอง โดยไม่ต้องแคร์เท่าไรนักว่าน้ำหอมนั้นจะปรุงขึ้นด้วยวัตถุดิบหรือส่วนผสมอะไร และมีกลิ่นแปลกแตกต่างหรือโดดเด่นกว่าน้ำหอมอื่นๆ ในตลาดมากน้อยแค่ไหน 

ที่มา : www.parfemanie.cz

ที่มา : http://www.parfemanie.cz

แต่ก็ใช่ว่าน้ำหอมคนดังเหล่านี้จะ ‘เดาง่าย’ หรือตื้นเขินเสมอไป หลายๆ กลิ่นมีการทดลองใช้ส่วนผสมใหม่ๆ ซึ่งเป็นความคิดสร้างสรรค์แบบนอกกรอบอยู่เหมือนกัน น้ำหอม In Control Curious ของ Britney Spears มีส่วนผสมของกลิ่นขนมหวาน Crème Brulee ซึ่งหอมยั่วลิ้น ส่วนน้ำหอม Still ของ Jennifer Lopez ก็มีส่วนผสมของกลิ่นพรายฟองแชมเปญและชาเอิร์ลเกรย์ ที่ให้อารมณ์สดชื่นซาบซ่าน น่าลองอยู่ไม่น้อย

 บางกลิ่นได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกจากเซียนน้ำหอม ที่ปกติมักมองข้ามน้ำหอมคนดังเหล่านี้ไปได้ง่ายๆ เพราะหลายกลิ่นดมแล้วคล้ายคลึงกันไปหมด ชนิดที่หากไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า ก็อาจได้กลิ่นแบบเดียวกันนี้จากหนุ่มสาวอีกเป็นร้อยในที่นั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เหล่า perfumista ทั้งหลายพยายามหลีกเลี่ยงกันอย่างสุดชีวิตอยู่แล้ว

 แม้แต่บริษัทน้ำหอมเก่าแก่ของโลกก็ยังอดไม่ได้ที่จะตามเทรนด์ celebrity ด้วยการหันมาใช้ดาราดังเป็นพรีเซ็นเตอร์แทนที่จะใช้นางแบบหรือนายแบบเหมือนที่ผ่านมา ซูเปอร์สตาร์เหล่านี้ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบกลิ่นแต่อย่างใด เพียงแค่ปรากฏโฉมในแคมเปญโฆษณาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ดาราสาว Nicole Kidman ปรากฏตัวในโฆษณาน้ำหอม Chanel N.5 ด้วยค่าตัวมหาศาล Liv Tyler เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้น้ำหอมกลิ่น Very Irresistible ของ Givenchy ดาราสาวมากฝีมืออย่าง Hillary Swank ปรากฏโฉมในโฆษณาน้ำหอม Insolence ของ Guerlain ขณะที่ Christian Dior ใช้ Charlize Theron ในโฆษณาน้ำหอม J’Adore อันโด่งดัง

 ปรากฏการณ์น้ำหอมคนดังที่กำลังบูมสุดๆ นี้ ชวนให้สงสัยอยู่ไม่น้อยว่า เหตุใดใครๆ ถึงต้องอยากมีกลิ่นกายแบบเดียวกับ Victoria Beckham หรือ Kate Moss ? ในเมื่อสำหรับผู้เขียนแล้ว จุดมุ่งหมายสำคัญในการประพรมน้ำหอมของคนเราน่าจะเป็นการสื่อถึงตัวตนอันมีเอกลักษณ์โดดเด่นของผู้สวมใส่ที่แตกต่างจากคนอื่นมากกว่า ผู้เขียนจึงเดาว่า คนดังเหล่านี้คือภาพฝันอันมีชีวิตในสายตาคนจำนวนมาก Victoria Beckham คือสัญลักษณ์ของความหรูหราร่ำรวย ความเปรี้ยวเฉี่ยว และความเป็นจุดสนใจของสื่อมวลชนในทุกที่ที่เธอย่างกรายไป ขณะที่ Kate Moss คือหนึ่งในแฟชั่นไอคอนผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ไม่ว่าเธอจะสวมใส่อะไรออกมาเดินถนน สิ่งนั้นจะกลายเป็นแฟชั่นฮิตได้ภายในเวลาไม่ทันข้ามวัน จึงไม่น่าแปลกใจที่สาวๆ นับล้านทั่วโลกอยากจะครอบครองพลังอำนาจแบบเดียวกับพวกเธอ แม้เป็นอย่างพวกเธอไม่ได้ ขอมีกลิ่นกายแบบเดียวกับพวกเธอก็ยังดี หากประพรมน้ำหอมแล้วได้ ‘feeling’ ของความเป็นคนดังกับเขาบ้างก็เป็นที่น่าลองอยู่ไม่น้อย

 ดูไปแล้วจึงน่าเป็นห่วงไม่น้อยว่า ภาพลักษณ์อันโดดเด่นของซุเปอร์สตาร์เหล่านี้จะกลบคุณภาพของน้ำหอมเสียจนมิด เพราะคนจำนวนมากไม่ได้ซื้อน้ำหอมเพียงเพราะพอใจในกลิ่นเพียงอย่างเดียว แต่เพราะกลยุทธ์การโฆษณาที่ใช้ภาพลักษณ์อันยวนใจของเหล่า celebrity เป็นเครื่องมือดูดเงินจากกระเป๋าลูกค้า ขณะที่การปรุงน้ำหอมในฐานะศาสตร์และศิลป์แขนงหนึ่งอาจถูกมองข้ามไป

 เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า กลิ่นหอมของคนดังเหล่านี้ กลิ่นไหนกันแน่ที่เป็น ‘ของจริง’ ซึ่งสามารถครองใจลูกค้าได้เป็นเวลายาวนาน กระทั่งขึ้นหิ้งกลิ่น ‘คลาสสิค’ อย่างที่หลายๆ แบรนด์สามารถทำได้ ตัวอย่างน้ำหอม celebrity ที่ประสบความสำเร็จเช่นว่า คือกลิ่น White Diamonds ของ Elizabeth Taylor ซูเปอร์สตาร์ดาวค้างฟ้าของฮอลลีวู้ด ซึ่งวางขายครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 และยังครองความนิยมจนติดอันดับน้ำหอมขายดีมาถึงทุกวันนี้ น้ำหอมของ Paloma Picasso ทายาทของศิลปินใหญ่อย่าง Pablo Picasso และนักออกแบบเครื่องประดับให้กับแบรนด์ชั้นนำมากมาย ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในกลิ่น คลาสสิคของโลก บริษัทน้ำหอมในปัจจุบันกำลังเผชิญแรงกดดันที่ต้องพัฒนาคุณภาพกลิ่นให้ดีพอๆ กับกลยุทธ์การตลาดอันชาญฉลาดที่ใช้เหล่าคนดังเป็นเครื่องมือเรียกลูกค้า เพื่อแสดงให้เห็นว่าน้ำหอมนั้นมีอะไรดีมากไปกว่าแค่ packaging และแคมเปญโฆษณาสวยสะดุดตาอันเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น

*ผู้ที่ต้องการนำบางส่วนของบทความไปเผยแพร่ต่อในเว็บไซต์หรือสิ่งพิมพ์ชนิดใดก็ตาม กรุณาระบุที่มาของข้อมูลด้วย…ขอบคุณมากค่ะ