วันนี้จะขอนำเสนอผลงานศิลปะเด็กที่เป็นภาคต่อจากบทความ Fun & Colorful Materials ก่อนหน้านี้ ซึ่งว่าด้วยการนำวัสดุต่างๆ ทั้งที่มาจากธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้น มาติดตกแต่งลงบนพื้นผิวหลายชนิด เกิดเป็นชิ้นงานศิลปะที่ใช้ตกแต่งบ้านได้ หรือทำให้ภาชนะเครื่องใช้ต่างๆ ดูมีรายละเอียดสวยงามมากขึ้น

ภาพข้างบนเป็นผลงานของน้องเนเน่ ชั้นเนิร์สเซอรี รร. อบต. หนองน้ำรัด จ.แพร่ เป็นการตกแต่งแพ็คเกจจิ้งให้ดูน่ารักน่าใช้มากขึ้น ซึ่งเป็นงานที่ไม่ยากหรือซับซ้อนมาก เด็กเล็กสามารถช่วยทำได้ โดยครูจัดหากล่องโลหะทรงกลมสองใบที่มีสีสันและลวดลายสวยงามอยู่แล้วเป็นทุนเดิม จากนั้นครูตัดเศษผ้าสีเข้ากันทำเป็นโบว์อันใหญ่ แล้วทากาวลงบนฝากระป๋อง ให้น้องเนเน่ใช้มือกดโบว์ให้ติดแน่นลงไป หลังจากนั้นครูก็ทากาวลงบนโบว์ใหญ่ชั้นแรกอีกที แล้ววางริบบิ้นผ้าแก้วโปร่งสีครีม (รูปซ้าย) และริบบิ้นผ้าซาตินสีน้ำตาลทอง (รูปขวา) ลงไปเป็นชั้นที่สอง ให้น้องเนเน่ใช้มือกดทับให้ติดแน่นเช่นเดิม ชั้นบนสุดคือริบบิ้นเส้นเล็กและลูกปัดใสรูปสี่เหลี่ยม ครูก็ให้น้องทำซ้ำอีก เพื่อฝึกให้น้องได้ออกแรงกล้ามเนื้อมัดเล็ก

ภาพด้านบนเป็นผลงานของน้องเนเน่เช่นกัน ครูใช้ปากกาวาดลวดลายพลิ้วๆ ลงไปบนแผ่นไม้อัด จากนั้นทากาวลงไปทีละจุด แล้วนำลูกปัดเม็ดเล็กหลากหลายสีสันมาให้น้องเนเน่ใช้มือหยิบมาโรยลงไปให้ทั่วบริเวณ โดยครูเป็นคนเลือกสีให้ เพื่อให้ได้สีสันสอดสลับกันทั้งภาพ น้องเนเน่ตื่นเต้นกับสีสันและความระยิบระยับของลูกปัดมากๆ และตั้งอกตั้งใจช่วยครูโรยลูกปัดลงไปบนแผ่นไม้อัด น้องดูดีใจมากด้วยเมื่อครูบอกว่าถ้าทำเสร็จแล้วจะได้รูปนี้กลับไปใส่กรอบไว้ประดับบ้าน ^^ 

ถุงใส่ของและตะกร้าใบเล็กตกแต่งด้วยลูกปัดและกระดุมสีฟ้า-น้ำเงินนี้เป็นผลงานของน้องเนเน่เช่นกัน ชิ้นแรกเป็นถุงทรงสีเหลี่ยมทำจากพลาสติค ลายดอกกุหลาบสีน้ำเงิน ตกแต่งด้วยโบว์สีน้ำเงินมาแล้ว ผู้เขียนแค่ทากาวลงไปทีละจุด แล้วเลือกลูกปัดสีน้ำเงินหลายแบบมาให้น้องเนเน่ติดลงไป  ส่วนตะกร้าพลาสติกติดโบว์สีขาว ครูก็ทากาวลงไปทีละจุด แล้วเลือกลูกปัดกับกระดุมสีเข้ากันมาให้น้องใช้มือหยิบ-วาง-กดให้ติดกับพื้นผิว เป็นการฝึกใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กที่นอกจากจะสนุกแล้ว ยังได้แพ็คเกจจิ้งสวยๆ กลับไปใช้งานที่บ้านด้วย

ภาพด้านบนเป็นผลงานกระเป๋ากระดาษที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ผ้าและลูกปัด เจ้าของผลงานกับนางแบบในรูปเป็นคนเดียวกัน คือน้องขวัญ วัยย่างสี่ขวบ ชั้นเนิร์สเซอรี รร. อบต. หนองน้ำรัด จ.แพร่ เกิดจากครูได้กล่องกระดาษลายดอกไม้สีสันสดใส ที่ร้อยเชือกไว้ให้สะพายเป็นกระเป๋าได้ด้วย เห็นว่าน่ารักเข้ากับบุคลิกสดใสของน้อง จึงจัดให้น้องได้ตกแต่งกระเป๋ากระดาษใบนี้ด้วยดอกไม้ผ้าสีเข้ากัน สำหรับดอกไม้ผ้านั้น ผู้เขียนใช้ผ้าแก้วและผ้าซาตินตัดเป็นกลีบ นำปลายกลีบไปลนไฟเพื่อให้โค้งงอ เวลานำกลีบมาติดซ้อนกัน จะได้ดอกไม้ผ้าที่มีวอลลุ่มสวยงาม จากนั้นผู้เขียนทากาวร้อนลงบนกล่องกระดาษ แล้วให้น้องขวัญหยิบกลีบมาติดรวมกันเป็นดอก ตรงไหนที่ติดไม่ตรงจุด ครูก็ช่วยแก้ไขให้ ขั้นสุดท้ายใช้ลูกปัดติดเป็นเกสรดอกไม้ ก็ได้กล่องกระดาษน่ารักที่สะพายได้เหมือนกระเป๋า เข้ากับชุดลายดอกของหนูเป็นอย่างดี ^^

ผลงานด้านบนเป็นของน้องขวัญเช่นกัน เกิดจากครูมีกระจกรูปตุ๊กตาเด็กหญิงและชายที่เข้าคู่กันเป็นเซ็ท เห็นว่าของเดิมนั้นออกแบบมาน่ารักอยู่แล้ว จึงให้น้องได้ช่วยครูตกแต่งเพิ่มเติมให้มีรายละเอียดมากขึ้น ผู้เขียนใช้ผ้าสักหลาดหลากสี ตัดเป็นรูปทรงต่างๆ ให้น้องติดลงไปเป็นลวดลายบนชุดตุ๊กตา สำหรับชุดตุ๊กตาเด็กหญิงนั้นติดกระดุมเพิ่มลงไปด้วย จากนั้นใช้ผ้าสักหลาดตัดเป็นรูปหมวกและรองเท้าติดทับลงไปเช่นเดียวกัน มีการเพิ่มรายละเอียดบนหมวกด้วยดอกไม้ใบไม้ต่างๆ ขั้นสุดท้ายครูใช้ริบบิ้นซาตินทำเป็นโบว์ ติดบนหมวก เสื้อ และรองเท้า ก็ทำให้ได้กระจกคู่รูปเด็กชายและหญิง ที่น่ารักน่าใช้ไม่เบา ^^

ข้างบนเป็นผลงานของน้องเนเน่ ชั้นเนิสเซอรี เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบวัสดุต่างๆ มาติดลงบนพื้นผิวภาชนะ ในภาพเป็นตะกร้าใบเล็กสีเขียวอมเหลือง มีโบว์ตกแต่งมาแล้ว ครูทากาวร้อนลงไปบนผิวตะกร้าแล้วให้น้องเนเน่หยิบผีเสื้อไม้ตัวเล็กๆ ติดลงไป รวมทั้งใช้โบว์สำเร็จรูปทำจากเชือกสีฟ้าและดอกกุหลาบสีเหลืองติดเป็นขั้นสุดท้าย อีกชิ้นเป็นกล่องไม้แต่งกระจกสีเขียวอมเหลือง ครูทากาวลงบนพื้นผิวแล้วให้น้องเนเน่หยิบดอกไม้ผ้าสำเร็จรูปติดทับลงไป ทั้งสองอย่างสามารถนำไปใช้ใส่ของเล่นหรือของกระจุกกระจิกได้

 

งานชิ้นนี้เป็นของน้องก้อง ชั้นป.2 รร.มารดาอุปถัมภ์ จ.แพร่ ถือว่าใช้เวลานานสุดเท่าที่ผู้เขียนเคยสอนน้องก้องทำ ความยากนั้นไม่เท่าไหร่ แต่ต้องใช้เวลาและความอดทนในการติดเมล็ดธัญพืชชนิดต่างๆ ลงไปบนกรอบรูป ทั้งนี้ ผู้เขียนทำกรอบรูปไว้ให้ก่อน โดยใช้กระดาษกล่องรูปสี่เหลี่ยมสองชิ้นติดประกบกัน ชิ้นบนนั้นตัดช่องตรงกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยมเอาไว้สำหรับโชว์รูป เมื่อนำกระดาษกล่องสองชิ้นมาประกบกัน จะต้องเหลือช่องข้างในไว้ให้สอดรูปเข้าไปได้ เป็นกรอบรูปที่ทำได้ง่ายและนำวัสดุเหลือใช้ในบ้านมารีไซเคิลใหม่ บริเวณที่ว่างรอบกรอบรูป ผู้เขียนกับน้องก้องช่วยกันติดเมล็ดธัญพืชลงไปเป็นลวดลาย มีทั้งเมล็ดฟักทอง แบบมีเปลือกสีขาว และแบบที่กระเทาะเปลือกแล้วเป็นสีเขียว เมล็ดแตงโม เมล็ดทานตะวัน ถั่วเขียวกระเทาะเปลือกแล้ว (เห็นเป็นเม็ดเล็กสีเหลือง) ถั่วลิสง ข้าวหอมมะลิ ข้าวเปลือก รูปที่อยู่ในกรอบ ครูใช้ดอกไม้ทับแห้งที่ทำไว้นานแล้วมาติดประดับลงไปให้สวยงาม

งานชิ้นนี้น้องขวัญ ชั้นเนิร์สเซอรี ได้มีส่วนร่วมทำ ทั้งนี้ผู้เขียนวาดและระบายสีรูปตุ๊กตาผู้หญิงลงบนกระดาษ แล้วครูกับน้องขวัญช่วยกันเก็บใบไม้ดอกไม้ที่หาได้ในบ้านครูมาติดลงบนภาพให้เป็นชุดกระโปรงและเครื่องประดับผมของตุ๊กตา ภาพที่ได้มานี้ทำเสร็จแล้วต้องรีบถ่ายรูปเก็บไว้ ก่อนที่ใบไม้จะแห้งเหี่ยวจนไม่เหลือสีสันเขียวชอุ่มอย่างในรูป จึงต้องเร่งรีบกันอย่างมาก ก็ถือเป็นการทำงานที่โกลาหลวุ่นวายอีกวันนึงเลยทีเดียว ^^ แต่ผลที่ได้ก็น่าพอใจไม่น้อย รูปนี้ขอตั้งชื่อว่าเทพธิดาแห่งป่า หรือ Goddess of the Forest ก็แล้วกัน ^^

ก็ขอจบลงเพียงเท่านี้สำหรับบทความว่าด้วยการใช้วัสดุหลากหลายประเภทมาติดกาวลงบนพื้นผิวต่างๆ เป็นโปรเจ็คต์ศิลปะและงานประดิษฐ์ที่ออกแบบมาให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วม นอกจากเด็กเล็กจะได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กแล้ว ยังได้ซึมซับเรื่องการเลือกสีและรูปทรงต่างๆ รวมทั้งผิวสัมผัสของวัสดุหลายชนิด ถือว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่น่าเรียนรู้สำหรับเด็กวัยนี้

Advertisements

วันนี้จะขอนำเสนองานศิลปะเด็กที่เรียกว่า paper art คือการใช้กระดาษหลากหลายชนิดและสีสัน ทั้งแบบอ่อนนุ่มอย่างกระดาษย่นหรือกระดาษสา ไปจนถึงแบบแข็งอย่างกล่องกระดาษ นำมาทำงานศิลปะและงานประดิษฐ์หลายชนิด ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงหรือใช้ตกแต่งสถานที่ให้สวยงามมากขึ้นได้

งานชิ้นนี้เป็นของน้องเวฬา วัยย่างสามขวบ ชั้นเนิร์สเซอรี รร.เทพนารี จ.แพร่ เกิดจากการเรียนหลายครั้ง โดยผู้เขียนเริ่มจากการให้น้องจับพู่กันจุ่มสีอะครีลิคแล้วป้ายลงบนกระดาษกล่องหนาๆ โดยจะป้ายให้เลอะอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ ^^ เมื่อได้กระดาษที่มีหลายสีสันผสมผสานกัน ผู้เขียนก็นำกระดาษนั้นมาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ จากนั้นก็ตัดกระดาษแข็งเป็นรูปปีกผีเสื้อขนาดเล็กและใหญ่ ทากาวลงบนปีกผีเสื้อ แล้วให้น้องออกแรงกล้ามเนื้อมัดเล็กด้วยการหยิบชิ้นกระดาษสี่เหลี่ยมเล็กๆ เหล่านั้นมาวางแปะลงบนปีกผีเสื้อที่ทากาวไว้แล้ว จุดไหนที่น้องวางชิ้นกระดาษกลับด้านหรือแปะไม่ตรงจุดที่มีกาว ครูก็คอยพลิกหรือขยับชิ้นกระดาษให้ ขั้นสุดท้ายผู้เขียนใช้กระดาษกล่องตัดเป็นรูปลำตัว หัว และหนวดผีเสื้อ แล้วติดลูกปัดลงไปให้สวยงาม ผีเสื้อโมเสคนี้ใช้ตกแต่งห้องก็ดูน่ารักไปอีกแบบ

ภาพข้างบนนี้เป็นผลงานของน้องขวัญ ชั้นเนิร์สเซอรี รร. อบต. หนองน้ำรัด จ.แพร่ ครูใช้จานกระดาษหลายขนาดตัดเป็นชิ้นส่วนหลายรูปทรง แล้วให้น้องขวัญช่วยเพ้นท์สีอะครีลิคลงไปบนชิ้นส่วนเหล่านั้น บางชิ้นครูให้น้องใช้พู่กันแต้มเป็นจุดๆ หรือลากเส้นทับลงไปให้เป็นลวดลาย จากนั้นผู้เขียนนำชิ้นส่วนทั้งหมดมาติดกาวประกอบเข้าด้วยกันเป็นตัวแมลง มีทั้งที่เลียนแบบแมลงจริงๆ ในธรรมชาติและแมลงที่จินตนาการขึ้น เอาไว้ใช้ติดตกแต่งห้องหรือเอาไว้เล่นได้

ภาพข้างบนนี้มีความเป็นมาที่ยาวนานจริงๆ กว่าจะสำเร็จมาเป็นกล่อง tropical jungle พร้อมนกสีสวย exotic ขนาดนี้ ^^ เริ่มจากครูตัดกระดาษแข็งเป็นรูปนก แล้วให้น้องเวฬา เด็กเนิร์สเซอรี่วัยสามขวบ ช่วยครูติดขนนกลงไป โดยครูเป็นคนทากาว แล้วให้น้องช่วยเอามือกดขนนกให้ติดแน่นกับกระดาษจากนั้นครูใช้ลูกปัดเม็ดเล็กติดลงไปตรงหัวและคอนกเพื่อให้มีประกายระยิบระยับ ภายหลังครูได้ไอเดียเพิ่มเติมว่าจะทำเป็นฉากละครเล็กๆ มีป่า ต้นไม้ และพุ่มไม้ จึงนำกล่องกระดาษมาเพ้นท์สีอะครีลิค แล้วใช้กระดาษแข็งตัดเป็นรูปต้นไม้และใบไม้ติดตกแต่งลงไป ทั้งนี้การเพ้นท์สีต้นไม้และใบไม้เป็นงานที่ละเอียดซับซ้อนเกินไปสำหรับเด็กเนิร์สเซอรี จึงให้น้องก้อง ชั้น ป.2 รร.มารดาอุปถัมภ์ ช่วยเพ้นท์สีต้นไม้และพุ่มไม้ที่ใช้ประกอบฉาก สรุปงานนี้เป็นการฟีทเจอริ่งกันของเด็กสองคน สองวัย ทำงานกันคนละเวลา คนละสถานการณ์ ผลที่ออกมาน่าพึงพอใจมากทีเดียว ^^

ภาพข้างบนนี้เป็นกล่องเหลือใช้ที่ผู้เขียนเก็บมารีไซเคิล ด้วยการให้น้องก้อง ชั้น ป.2 รร. มารดาอุปถัมภ์ ช่วยเพ้นท์สีอะครีลิคลงไป โดยครูช่วยเก็บรายละเอียดขั้นสุดท้ายให้  จากนั้นครูนำสติกเกอร์ที่มีกลิตเตอร์มาให้น้องเนเน่ ชั้นเนิร์สเซอรี รร. อบต. หนองน้ำรัด ช่วยติดลงไปบนกล่อง ทั้งนี้ครูเลือกสีสติกเกอร์และชี้บอกจุดที่จะติดให้ เนเน่เป็นคนลอกสติกเกอร์ออกจากแผงและติดลงไปบนจุดที่กำหนด ทั้งนี้ครูต้องการปลูกฝังเรื่องการเลือกใช้สีที่ตัดกัน เพื่อเน้นให้วัตถุนั้นดูโดดเด่นขึ้นมาจากพื้นหลัง และช่วยให้น้องได้เรียนรู้เรื่องรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ

ภาพนี้เป็นงานของน้องขวัญ ซึ่งน้องชอบมากเพราะทำได้ง่ายและสนุกด้วย ผู้เขียนใช้สมุดเปล่าที่หน้าปกสีน้ำตาลเรียบๆ ไม่มีลวดลายอะไร นำกระดาษร้อยปอนด์สีขาวมาปิดทับ แล้วให้น้องขวัญใช้สติกเกอร์หลากหลายแบบที่ครูได้จากร้านกิฟท์ช็อป ติดลงไปตามจุดต่างๆ บนสมุด เพื่อตกแต่งสมุดให้สวยงามน่าใช้ ที่สำคัญคือช่วยให้น้องได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กไปด้วย สติกเกอร์เหล่านี้ครูเลือกให้เป็นธีมเดียวกัน คือเครื่องประดับ อุปกรณ์ในการแต่งตัว กระจก ฯลฯ ซึ่งน่าจะถูกใจน้องขวัญอยู่ไม่น้อย ^^ กระดาษร้อยปอนด์ที่เหลือครูนำมาพับครึ่งเพื่อทำการ์ด ให้น้องขวัญติดสติกเกอร์ 3D ลายน่ารักลงไป ก็ดูเข้าเซ็ทกับสมุดที่ทำไว้แล้ว

งานชิ้นนี้น้องขวัญได้ทำสระบัวจำลองสีสันสดใส ^^ ผู้เขียนใช้จานกระดาษทรงกลมที่หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ทำขนม นำมาตัดเป็นแฉกๆ แล้วแต่งเป็นกลีบโค้งสวยงาม จากนั้นให้น้องช่วยเพ้นท์สีอะครีลิคลงไป โดยในหนึ่งดอกจะใช้จานหลายใบซ้อนกันเป็นชั้นๆ ชั้นล่างสุดผู้เขียนให้น้องเพ้นท์สีเข้มอย่างสีม่วง ส่วนชั้นบนก็ให้เพ้นท์สีอ่อนลงเรื่อยๆ อย่างชมพูเข้ม ไล่ไปหาชมพูอ่อนหรือชมพูอมเหลือง นอกจากนี้ยังสอนให้น้องทำเอฟเฟคต์ด้วยการใช้นิ้วปัดปลายพู่กัน ให้สีกระจายเป็นจุดๆ ลงบนปลายกลีบ สำหรับใบบัวนั้น ใช้จานกระดาษทรงกลมสองขนาด เพ้นท์สีเขียวเข้มไล่ไปหาเขียวอมเหลือง จากนั้นครูใช้พู่กันจุ่มสีขาววาดเส้นใบเพื่อให้สมจริงมากขึ้น ขั้นสุดท้าย ผู้เขียนนำกลีบทั้งหมดมาติดกาวซ้อนกันแล้วติดลงบนกระดาษแข็งสีฟ้าที่เป็นพื้นหลัง ตรงกลางดอกติดเกสรสำเร็จรูปสีเหลืองทอง ทำให้ได้สระบัวจำลองจากจานกระดาษ ที่สามารถนำไปใช้เป็นภาพแต่งฝาผนังได้ ^^

ข้างบนนี้เป็นผลงานที่น้องเนเน่ วัยสามขวบ ชั้นเนิร์สเซอรี ได้ร่วมทำ ผู้เขียนใช้กระดาษวาดรูปสีขาว พรมน้ำจนเปียกทั่วทั้งแผ่น แล้วให้น้องเนเน่ใช้พู่กันจุ่มสีน้ำ แต้มลงไปบนกระดาษ หนึ่งแต้มก็คือหนึ่งกลีบดอกไม้ โดยครูช่วยจับมือน้องเนเน่แต้มสีลงไปทีละกลีบจนครบเป็นหนึ่งดอก สีน้ำนี้เมื่อไหลมาผสมกันก็จะยิ่งได้เอฟเฟ็คต์ที่สวยมากขึ้น เมื่อแต้มสีจนเต็มแผ่นกระดาษแล้วรอให้สีแห้ง จากนั้นครูใช้กรรไกรตัดดอกไม้ออกมาทีละดอก โดยไม่ตัดให้ชิดขอบรูป แต่จะเหลือขอบกระดาษสีขาวเอาไว้ด้วย เพื่อให้ได้ดอกไม้ที่ดูน่ารักมากขึ้น ดอกไม้เหล่านี้ ผู้เขียนนำมาติดตกแต่งลงบนถุงและกล่องกระดาษ รวมทั้งกล่องอะลูมิเนียมที่มีลวดลายเข้ากัน ก็ออกมาเป็นแพ็คเกจจิ้งที่มีลูกเล่นน่ารักเข้าเซ็ทกัน เก็บไว้ใส่ของได้ ^^

ผลงานด้านบนเป็นของหนูวี่ ขณะนั้นอยู่ชั้น ป.4 รร.มารดาอุปถัมภ์ วี่ต้องการทำการ์ดอวยพรปีใหม่สามใบให้พ่อ แม่และตนเอง ^^ สำหรับใบสีชมพูหวานนั้น น้องตั้งใจทำเป็นของขวัญให้ตัวเอง ^^ ผู้เขียนใช้กระดาษสาแบบหนาและกระดาษห่อของขวัญแบบบางนุ่มตัดเป็นกลีบดอก ให้น้องติดลงไปบนกระดาษขาว กลางดอกตกแต่งด้วยลูกปัดโทนชมพู ด้านข้างใช้ดอกไม้สำเร็จรูปเล็กๆ และกระรอกน้อยติดลงไปเพื่อเพิ่มความน่ารัก ขอบการ์ดใช้ริบบิ้นเส้นเล็กมีลวดลายติดลงไปด้วย การ์ดใบที่สองเป็นสีม่วงซึ่งน้องตั้งใจมอบให้คุณแม่ ผู้เขียนใช้กระดาษห่อของขวัญสีม่วงอมฟ้า และกระดาษบางนุ่มสีม่วงตัดเป็นกลีบให้น้องติดลงไปเช่นเดิม กลางดอกตกแต่งด้วยลูกปัดโทนม่วง-ฟ้า ด้านข้างติดดอกไม้สำเร็จรูปสีเข้ากัน ส่วนขอบการ์ดแต่งด้วยแถบลูกไม้สีม่วง สำหรับการ์ดใบสุดท้ายเป็นสีเขียว ซึ่งน้องมอบให้คุณพ่อ ผู้เขียนใช้กระดาษห่อของขวัญแบบบางนุ่มลายสีเขียวตัดเป็นกลีบให้น้องติดลงไป ตรงกลางแต่งด้วยลูกปัดโทนสีเขียว ด้านข้างติดดอกไม้และใบไม้สำเร็จรูป ขอบการ์ดแต่งด้วยริบบิ้นผ้าแก้วสีทองและเทปผ้าลายหยักสีเขียว

งานประดิษฐ์ชิ้นนี้ เกิดจากการที่ผู้เขียนมีกล่องไม้ติดกระจกรูปทรงน่ารักสีม่วงและฟ้า จึงตัดสินใจว่าเอากล่องพวกนี้มาใส่ดอกไม้ประดิษฐ์น่าจะสวยดี การทำดอกนั้นยากเกินความสามารถของเด็กวัยสามขวบกว่าอย่างน้องขวัญ ครูจึงช่วยทำให้ ^^ ส่วนที่ขวัญได้ทำคือใบสีเขียว ซึ่งครูตัดกระดาษย่นรูปใบไม้เป็นคู่ๆ ทากาวลงไปบนใบไม้หนึ่งใบ ใช้ลวดเส้นเล็กวางทับลงไปตรงกลางใบนั้น แล้วให้ขวัญหยิบใบไม้อีกใบที่มีขนาดเท่ากันมาติดประกบลงไปด้านบน เมื่อทำใบได้ครบหมดแล้ว ครูก็นำมาประกอบเข้ากับดอก ทำให้ได้ช่อดอกไม้ที่สมบูรณ์ สีของดอกนั้นตั้งใจเลือกมาให้เข้ากับกล่องไม้ทั้งสองใบ

งานชิ้นนี้ครูให้น้องขวัญได้ลองซึมซับงาน paper art ที่ค่อนข้างทำยากและซับซ้อน ทว่าน้องไม่ต้องทำอะไรมากมาย เพียงแค่ช่วยครูกดกระดาษย่นให้ติดลงบนพื้นหลังที่ทากาวไว้แล้ว ทั้งนี้ ครูได้วาดใบหน้าและรูปร่างตุ๊กตาไว้ก่อนแล้ว จากนั้นใช้กระดาษย่นแบบบางนุ่มหลายสี นำมาจับจีบและวางลงไปบนรูปร่างของตุ๊กตาเพื่อทำเป็นชุดกระโปรง โดยครูทากาวร้อนลงไปก่อน แล้วให้น้องขวัญได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก ด้วยการช่วยกดกระดาษย่นให้ติดลงบนภาพ สามารถนำไปใช้ติดตกแต่งฝาผนังได้
ภาพด้านบนเป็นงานของน้องเนเน่ ชั้นเนิร์สเซอรี วัยสามขวบ เป็นการตกแต่งแพ็คเกจจิ้งให้สวยงาม ซึ่งครูเห็นว่าทำได้ง่ายสำหรับเด็กวัยนี้ นอกจากจะช่วยให้ได้ฝึกขยับกล้ามเนื้อมัดเล็กแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังให้เด็กเล็กรู้จักเล่นสีสัน ลวดลาย และรูปทรงต่างๆ อย่างสนุกสนาน สามารถนำแพ็คเกจจิ้งเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้จริงด้วย ^^ ที่เห็นในรูปเป็นกล่องลายกุหลาบที่หาซื้อได้ตามร้านกิฟท์ช็อป ครูนำสติกเกอร์ 3D ที่มีลวดลายเข้ากันมาให้เนเน่ใช้ติดลงไปบนกล่อง ซึ่งก็ทำให้ได้กล่องใส่ของที่มีลูกเล่นพิเศษกว่าเดิม
ภาพข้างบนเป็นการฝึกใช้พู่กันป้ายสีน้ำครั้งแรกของน้องขวัญ เริ่มจากผู้เขียนนำกระดาษวาดรูปสีขาวชุบน้ำให้เปียกทั้งแผ่น แล้วให้น้องใช้พู่กันใหญ่จุ่มสีละเลงลงบนกระดาษเพื่อทำเป็นพื้นหลัง จากนั้นครูใช้พู่กันจุ่มสีเขียวลากเส้นโค้งเป็นกิ่งก้านลงไป แล้วฝึกให้น้องใช้พู่กันเล็กแต้มสีเขียวเป็นรูปใบไม้ลงไปจนเต็มก้าน ทั้งนี้ตอนแรกครูจับมือน้องแต้มสีให้ดูเป็นตัวอย่างก่อน จากนั้นก็ปล่อยให้แต้มเองทีละใบ ขั้นสุดท้ายให้น้องใช้พู่กันจุ่มสีฟ้าและม่วง กดลงไปบนกระดาษเป็นรูปกลีบดอกไม้ แล้วครูใช้พู่กันจุ่มสีเขียววาดก้านดอก ทั้งสองรูปได้นำมาติดบนพื้นหลังที่ทำจากกระดาษแข็งปิดทับด้วยกระดาษสาสีชมพู ตรงกลางติดสติกเกอร์ลายดอกไม้โทนสีชมพูเข้ม-ทองลงไปเพื่อให้สวยแปลกตามากขึ้น
งานชิ้นสุดท้ายนี้ น้องก้อง ชั้นป.2 รร. มารดาอุปถัมภ์ ได้มีส่วนร่วมทำ เป็นบ้านจำลองที่ได้จากการนำกล่องกระดาษมาตัดเป็นชิ้นแล้วประกอบเข้าด้วยกัน ใช้กระดาษกาวติดเชื่อมแต่ละส่วนเข้าด้วยกันจนเป็นตัวบ้าน จากนั้นทากาวให้ทั่วแล้วใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ฉีกเป็นชิ้นๆ แปะทับลงไปจนผิวเรียบสวย (ลักษณะคล้ายๆ งาน papier mache) น้องก้องได้ช่วยครูทาสีอะครีลิคลงไปบนตัวบ้าน เป็นสีฟ้าและสีม่วง จากนั้นครูใช้สเปรย์อะครีลิคพ่นทับลงไปอีกชั้น เพื่อให้ผิวเนียนเรียบกว่าเดิม สำหรับลวดลายเหนือประตูและหน้าต่าง ครูฝึกให้น้องก้องจับพู่กันเขียนลายลงไปตามที่ครูออกแบบไว้ ส่วนที่ยากสุดคือหลังคา ที่ผู้เขียนใช้กระดาษแข็ฺงตัดเป็นแผ่นหยักๆ แล้วให้น้องก้องช่วยทาสี จากนั้นนำแต่ละแผ่นมาประกอบเข้ากันเป็นหลังคา ขั้นสุดท้ายคือการตกแต่งสวนจำลอง ซึ่งผู้เขียนใช้สติกเกอร์หญ้าเทียมติดลงไปบนแผ่นไม้อัด แล้วใช้ดอกไม้ประดิษฐ์ติดตกแต่งลงไปให้สวยงาม
ทั้งหมดนี้เป็นผลงานจากกระดาษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของเหลือใช้ในบ้าน แทบไม่น่าเชื่อเลยว่า วัสดุเหล่านี้สามารถนำมารีไซเคิลหรือแปลงโฉมใหม่ให้ดูดีมีสไตล์ได้ เพียงแค่ลงมือทำด้วยความรักและความตั้งใจ ก็จะสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานศิลปะที่สวยงามน่าใช้และก่อให้เกิดความประทับใจแก่ผู้พบเห็นได้

ผลงานศิลปะเด็กที่นำมาให้ชมในวันนี้ เป็นการพิมพ์ภาพ รวมทั้งการใช้นิ้วแต้ม ลากเส้น หรือใช้พู่กันจุ่มสีเพ้นท์ลงบนเนื้อผ้าหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นผ้าเช็ดหน้าทำจากฝ้าย ผ้ากำมะหยี่ ผ้าสักหลาด แม้กระทั่งเสื้อยืด กางเกงขาสั้น หรือหมวก ตลอดจนการทำเครื่องประดับอย่างโบว์ติดผม ทั้งหมดนี้เป็นผลผลิตจากการสอนศิลปะแก่เด็กๆ ของผู้เขียนเอง จึงจะขอรวบรวมมาไว้ ณ ที่นี้ เพื่อเป็นไอเดียสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองหรือครูที่ต้องการสนับสนุนให้เด็กๆ ได้มีประสบการณ์ในการสร้างสรรค์งานศิลปะและงานประดิษฐ์ที่ใช้ผ้าเป็นหลัก

ผลงานข้างบนนี้เป็นของน้องเวฬา ชั้นเนิร์สเซอรี รร.เทพนารี จ.แพร่ เป็นการพิมพ์ภาพลงบนผ้าเช็ดหน้า โดยผืนแรก ครูใช้ขนนกทาสีอะครีลิคจนชุ่ม แล้วนำไปวางทับบนผ้าเช็ดหน้า จากนั้นให้น้องเวฬาใช้มือช่วยกดขนนกจนสีติดลงบนผ้า ซึ่งมือเล็กๆ ของน้องยังกดสีได้ไม่ทั่วถึง ครูจึงต้องช่วยกดด้วยเพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์ ส่วนผ้าเช็ดหน้าอีกผืน ครูนำแถบสำหรับตกแต่งริมหรือชายเสื้อ มาทาสีอะครีลิค แล้วให้น้องเวฬาใช้นิ้วมือกดลงไปจนสีติดบนผ้าเช่นเดียวกัน สำหรับผืนผ้ากำมะหยี่สีเขียวเข้มนั้น ครูให้เวฬาใช้นิ้วมือจุ่มสีอะครีลิค แล้วครูช่วยจับนิ้วน้องมาแต้มลงบนผืนผ้า ให้เป็นรูปพุ่มไม้ที่มีหลายสีสลับกัน ช่วงหลังๆ น้องเริ่มเข้าใจวิธีการแต้มสีมากขึ้น จึงสามารถทำได้เองเป็นบางจุด งานทั้งสามชิ้นนี้เมื่อวางรวมกันแล้ว ก็มีสีสันและลวดลายเข้ากันสวยงามไปอีกแบบ

งานชิ้นนี้เกิดขึ้นเพราะครูมีผ้ากำมะหยี่ที่ไม่ได้ใช้อยู่หลายสี จึงเลือกผ้าสีน้ำเงินเข้มเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืน มาให้น้องเวฬาได้ใช้นิ้วแต่งแต้มสีทอง สีเหลืองประกาย และสีเงินลงไป ให้เป็นดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับบนผืนฟ้าสีน้ำเงิน ^^ ที่เป็นดวงดาวกลมๆ นั้นคือรอยนิ้วมือของน้องเวฬานั่นเอง ^^ ส่วนรูปดาวห้าแฉกสีทอง และพระจันทร์เสี้ยวสีเหลืองจางนั้น ครูช่วยวาดเสริมให้ เพื่อให้รูปนี้มีเรื่องราว และมีความสวยงามมากขึ้น กรอบรูปที่เห็นนี้ แต่เดิมเป็นสีขาว ครูจึงใช้สเปรย์อะครีลิคสีเงินพ่นลงไป ให้ดูสวยงามเข้ากับผืนผ้าที่เป็นรูปท้องฟ้ากลางคืน ดูภาพนี้แล้วนึกถึงเพลงที่ครูชอบเอามาสอนเด็กๆ ร้องกัน คือ Twinkle, Twinkle Litttle Star ขึ้นมาเลยทีเดียว ^^

งานชิ้นนี้ ครูยังคงให้น้องเวฬาได้พิมพ์ภาพลงบนพื้นผิวที่แตกต่างหลากหลาย โดยคราวนี้เป็นผ้าสักหลาก (felt) สีดำ ครูนำแกนกระดาษทิชชู่มาตัดตรงปลายให้เป็นเส้นเล็กละเอียด เมื่อจับเส้นเหล่านี้ให้กระจายออกจากแกนวงกลมก็จะได้รูปทรงคล้ายดอกไม้บาน จากนั้นครูทาสีเพ้นท์ผ้าที่มีประกายชิมเมอร์ลงบนแกนกระดาษทิชชู่ที่ถูกตัดเป็นเส้น แล้ววางลงบนผืนผ้าสักหลาด โดยให้น้องเวฬาออกแรงกดเพื่อให้สีติดบนผ้า เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือ ซึ่งก็ต้องทาสีที่แกนกระดาษทิชชู่และกดทับลงบนผ้าซ้ำหลายครั้งกว่าสีจะติดดี ขั้นสุดท้าย ครูใช้พู่กันจุ่มสีลากเส้นทับลงบนภาพที่พิมพ์ไว้แล้ว เพื่อให้มองเห็นชัดเจนว่าเป็นรูปพลุหรือดอกไม้ไฟบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ปิดท้ายด้วยการใช้พู่กันจุ่มสีทองและเงินจุดลงไปเป็นรูปดวงดาว ^^ ก็เป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่ครูออกแบบมาให้น้องเวฬาได้ฝึกการใช้มือ ซึ่งสามารถเก็บใส่กรอบไว้ให้หนูดูตอนโต ว่านี่คือการทำงานศิลปะครั้งแรกๆ ของชีวิต หวังว่ามันจะเป็นแรงบันดาลใจให้หนูรักการใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ต่อไปในอนาคต ^^
งานชิ้นนี้ครูเตรียมเสื้อยืดตัวเล็กสีขาวไว้ เพื่อให้น้องเวฬาได้ลองพิมพ์ภาพลงบนเสื้อผ้าเป็นครั้งแรก โดยใช้แผ่นผ้าสักหลาดและสติกเกอร์โฟมรูปตัวแมลงต่างๆ (มีขายในร้านกิฟท์ช็อป สำหรับใช้ในงานตกแต่ง) ครูทาสีเพ้นท์ผ้าลงไปบนตัวแมลง โดยใช้หลายสีสันสลับกันตามส่วนต่างๆ ของตัวแมลง จากนั้นวางตัวแมลงที่ชุ่มสี คว่ำลงบนเสื้อยืด แล้วให้น้องเวฬาใช้มือกดลงไป ด้วยความที่มือน้องเล็กมากและยังไม่ค่อยมีแรง ครูก็ช่วยกดให้สีบนตัวแมลงติดลงบนเสื้อยืดอย่างทั่วถึง เพื่อให้ภาพออกมาสมบูรณ์ เมื่อพิมพ์ภาพเสร็จแล้ว ครูใช้พู่กันแต้มสีเข้มเป็นจุดกลมๆ เพื่อเป็นดวงตาของแมลง สรุปว่างานนี้เวฬาได้เรียนรู้เรื่องสีต่างๆ ได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก และที่สำคัญ หนูสามารถออกเสียงและจำชื่อแมลงได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเต่าทอง ผีเสื้อ ผึ้ง และแมงปอ แถมยังได้เสื้อยืดลายน่ารักกลับไปใส่ที่บ้านอีกตัวหนึ่งด้วย ^^

 

เสื้อยืดสีฟ้าข้างบนนี้เป็นผลงานของน้องก้อง ชั้นป.2 รร. มารดาอุปถัมภ์ จ.แพร่ ครูได้เสื้อยืดสีฟ้ามาหนึ่งตัว และสติกเกอร์โฟมรูปเด็กชายและสัตว์ต่างๆ จึงให้น้องก้องใช้สีเพ้นท์ผ้าทาลงบนรูปสัตว์ แล้วใช้มือกดให้สีติดลงบนเสื้อยืด ทั้งนี้ครูต้องช่วยกดด้วยอีกแรงเพื่อให้สีติดสม่ำเสมอ แต่กระนั้นรายละเอียดต่างๆ ในภาพก็ยังไม่ติดบนเสื้อยืดทั้งหมด สุดท้ายครูจึงต้องช่วยอีกที เพื่อให้ได้เสื้อยืดลวดลายสมบูรณ์กลับไปใส่ที่บ้าน ด้วยการใช้พู่กันแต้มสีเติมแต่งรายละเอียดในภาพให้ครบถ้วนเหมือนกับภาพต้นแบบในสติกเกอร์โฟม ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะเกรงว่าเวลาใส่เสื้อตัวนี้ออกไปไหนแล้ว คนที่เห็นอาจดูไม่รู้เรื่องหรืองงว่ามันเป็นตัวสัตว์อะไรกันแน่ ;-D สุดท้ายงานนี้ก็ออกมาดูชัดเจนและน่ารักไม่เบา ^^
งานเพ้นท์เสื้อยืดข้างบนนี้ เคยเป็นของน้องเนเน่ ชั้น ป.4 รร.เทพนารี จ.แพร่ น้องเนเน่เคยได้ช่วยออกแบบรูปขนมบนเสื้อยืด แต่ไม่ทันได้เพ้นท์เสร็จ ก็มีเหตุให้เลิกเรียนไปก่อน ครูจึงนำงานชิ้นนี้มาให้น้องพลอย ชั้น ป.3 รร.เมธังกราวาส จ.แพร่ ทำต่อ ซึ่งพลอยก็เต็มใจอยากทำ ทั้งครูและนักเรียนตัวน้อยจึงต้องช่วยกันเพ้นท์ต่อจนเสร็จ ^^ (หากไม่ช่วย ให้น้องทำเอง จะต้องใช้เวลามาก เพราะเป็นงานละเอียด จะไม่สามารถสรุปชิ้นงานนี้ได้ตามเวลาที่กำหนด) ทั้งนี้ครูช่วยเก็บรายละเอียดขั้นสุดท้ายให้อีกที เพื่อให้น้องพลอยสามารถนำเสื้อตัวนี้ไปสวมใส่ได้สวยงามแบบไม่อายใคร ^^
งานพิมพ์ภาพบนกางเกงขาสั้นสีขาวด้านบนนี้เป็นน้องขวัญ ชั้นเนิร์สเซอรี รร. อบต. หนองน้ำรัด จ.แพร่ ครูใช้แผ่นสติกเกอร์โฟมรูปแมลงและดอกไม้ ทาสีเพ้นท์ผ้าลงไปบนรูปแมลง แล้วให้น้องขวัญใช้มือกดแผ่นโฟมลงบนกางเกง ส่วนไหนที่น้องขวัญออกแรงกดเบาไป หรือไม่สม่ำเสมอ ครูก็ช่วยกดซ้ำให้ เพื่อให้ได้รูปที่สมบูรณ์ เมื่อสีแห้งดีแล้ว ครูใช้ริบบิ้นสีบานเย็นเย็บติดลงไปตรงเอวกางเกง เพื่อให้สามารถผูกเป็นโบว์ที่สวยงามได้ ก็เป็นอีกหนึ่งชิ้นงาน ที่นอกจากจะได้ฝึกการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก การเล่นสี และการเรียนรู้รูปทรงของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติแล้ว ยังได้กางเกงไปใส่เก๋ๆ อีกหนึ่งตัว ^^
งานเพ้นท์ผ้าเช็ดหน้าด้านบนนี้ เป็นของน้องก้อง ชั้นป.2 รร.มารดาอุปถัมภ์ จ.แพร่ เป็นการเพ้นท์ด้วยมือตัวเองเป็นครั้งแรก (ก่อนหน้านี้น้องได้พิมพ์ภาพลงบนเสื้อยืด) ก้องยังไม่มีไอเดียว่าจะถ่ายทอดเรื่องราวอะไร ครูจึงออกแบบให้ก่อน โดยคิดธีมป่าในฤดูใบไม้ร่วง เพราะผ้าเช็ดหน้าเป็นสีเหลือง จึงน่าจะเข้ากับลวดลายป่าไม้ที่มีสีโทนอุ่น อย่างเหลือง ส้ม แดง เขียวอมเหลืองได้อย่างดี ครูให้ก้องดูตัวอย่างภาพสัตว์น่ารักหลายชนิด ซึ่งก้องเลือกมาสามตัว คือกระรอก จิ้งจอก และกวางน้อย ^^ จากนั้นครูใช้ดินสอร่างภาพลงบนผ้าเช็ดหน้า โดยเริ่มจากรูปต้นไม้และสัตว์ จากนั้นก็ให้ก้องลองร่างภาพสัตว์เองด้วย จุดไหนที่เบี้ยวหรือไม่สมบูรณ์ครูก็ช่วยเติมแต่งให้ ขั้นสุดท้ายครูให้น้องใช้พู่กันจุ่มสีเพ้นท์ผ้า แล้วชี้บอกจุดให้ว่าสีไหนเพ้นท์ลงตรงไหน และมีวิธีปาดพู่กันอย่างไร ตลอดจนวิธีการไล่สีให้กลมกลืนกัน จุดที่ยากสุดก็คือลำต้นของต้นไม้ใหญ่ ที่ต้องมีการใช้แสงเงา มีด้านมืด ด้านสว่าง และต้องเพ้นท์ให้เป็นคลื่นๆ เหมือนเปลือกไม้ด้วย งานชิ้นนี้ใช้เวลาเรียนถึงสามครั้งกว่าจะทำสำเร็จ ก็ถือเป็นอีกงานที่ก้องชอบและภูมิใจมาก ^^

งานพิมพ์ภาพลงบนหมวกสีเหลืองข้างบนนี้เป็นของน้องขวัญ ชั้นเนิร์สเซอรี รร. อบต.หนองน้ำรัด จ.แพร่ ครูใช้แผ่นสติกเกอร์โฟมรูปสัตว์ทะลและนางเงือก ซึ่งเป็นตัวละครที่เด็กผู้หญิงชอบมาก ^^ ใช้สีเพ้นท์ผ้าทาลงบนแผ่นโฟม แล้วให้น้องขวัญใช้มือกดจนสีติดลงบนหมวก ปัญหาคือแม้จะกดทับลงไปหลายครั้ง ก็ยังมองไม่เห็นรายละเอียดของตัวนางเงือกและสัตว์น้ำได้ชัดเจนโดดเด่นเท่าไหร่นัก สุดท้ายครูจึงต้องใช้พู่กันจุ่มสีเพ้นท์ผ้าแต่งเติมรายละเอียดซ้ำลงไปเพื่อให้ได้รูปภาพที่สมบูรณ์ จากนั้นครูใช้กระดุมหลากสีเย็บติดลงบนหมวกด้วยเพื่อให้มีรายละเอียดมากขึ้น จากหมวกธรรมดาๆ ก็กลายเป็นหมวกแฟชั่น ที่เล่าเรื่องราวของเมอร์เมดในโลกใต้ทะเลได้เก๋ไก๋ไม่เบาเลยทีเดียว ^^

งานเพ้นท์ผ้าเช็ดหน้าข้างบนนี้ ครูให้น้องขวัญใช้นิ้วจุ่มสีแล้วลากเป็นเส้นหรือแต้มเป็นจุดๆ ลงบนผ้าเช็ดหน้า น้องยังใช้นิ้วได้ไม่ดีนัก เพราะกล้ามเนื้อมัดเล็กยังไม่พัฒนาเต็มที่ หากให้แต้มสีเป็นจุดจะทำได้ดีเพราะค่อนข้างง่าย แต่ถ้าให้ลากเป็นเส้นตรงหรือเส้นโค้ง การวางนิ้วจะไม่ค่อยมั่นคง ทำให้เส้นที่ออกมาไม่ชัดเจน สุดท้ายครูจึงต้องช่วยจับนิ้วเพื่อให้ลงน้ำหนักมากขึ้้น เส้นจึงคมชัดมากขึ้นด้วย เมื่องานนี้เสร็จแล้ว ก็ได้ผ้าเช็ดหน้าลวดลายน่ารักไปใช้อีกหนึ่งผืน ^^

การทำโบว์ติดผมในภาพข้างบนนี้ เป็นงานของน้องพัชรจัง ขณะนั้นอยู่ชั้นป.4 รร.มารดาอุปถัมภ์ จ.แพร่ ทั้งนี้ด้วยเวลาอันจำกัด ทำให้ครูไม่สามารถจะสอนน้องเรื่องการเย็บได้ทัน เพราะหากฝึกเย็บไปด้วย จะไม่สามารถสรุปงานให้เสร็จได้ในเวลาที่มีอยู่ การเย็บและประกอบส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันจึงต้องเป็นหน้าที่ของครูเอง แต่น้องได้ลองเป็นดีไซเนอร์ ด้วยการเลือกจับคู่สีและเนื้อสัมผัสของริบบิ้น รวมทั้งเลือกลูกปัดที่จะใช้ตกแต่ง งานนี้จึงเป็นการทำงานร่วมกันของครูและลูกศิษย์ ที่เป็นประสบการณ์น่าสนุกอีกครั้งหนึ่ง ^^

ผู้เขียนจะยินดีมาก หากไอเดียต่างๆ ที่นำเสนอมานี้เป็นประโยชน์กับผู้อ่านที่ต้องการปลูกฝังเรื่องการใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ให้แก่ลูกหลาน คงจะดีไม่น้อยหากครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันในการทำงานศิลปะบนผืนผ้า ซึ่งเด็กๆ สามารถนำชิ้นงานไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และเป็นการเพิ่มมูลค่ารวมทั้งเติมความเก๋ไก๋แปลกใหม่ในการแต่งกาย โดยเฉพาะกับเด็กบางคนที่มีใจรักเรื่องแฟชั่นและการออกแบบ ก็จะเป็นการปูพื้นฐานทางอาชีพในอนาคตให้พวกเขาได้อย่างดี

“Earth” โดย แสงแข ปากกาโคปิค ปากกาเจล และสีอะครีลิค บนกระดาษ Arches

Earth คือ โลก ธรณี หรือผืนแผ่นดิน ประกอบด้วยธาตุดิน อัน เป็นสิ่งมีน้ำหนัก จึงเป็นฐานหรือกำลังอันมั่นคงที่ทำให้เรายืนอยู่ได้ ผืนดินที่เราเหยียบเดิน นอกจากจะเป็นฐานรากให้กับที่พักอาศัยของเราแล้ว ยังให้ผลผลิต พืชพันธุ์ธัญญาหารสำหรับเลี้ยงปากท้องเราด้วย เมื่อกินแล้วก็ขับถ่ายลงดิน ทั้งของเสียและซากพืชซากสัตว์ ก็กลายเป็นปุ๋ยหล่อเลี้ยงดินให้อุดมเพื่อให้พืชพันธุ์ต่างๆ เจริญเติบโตขึ้นมาเลี้ยงปากท้องและให้ร่มเงาแก่มนุษย์ต่อไป หมุนเวียนกลับไปกลับมาเช่นนั้น

บางชนชาติหรือประเทศ อย่างเช่นไทยเรานี้ ต้องถือว่าประชาชนเกิดมาโชคดี เพราะผืนดินอุดมสมบูรณ์ ภัยธรรมชาติแม้จะมีบ้าง ก็ไม่รุนแรงหรือเกิดความสูญเสียมากมายเกินไป หรือหากรุนแรงมากก็เกิดขึ้นน้อยครั้ง ชาวชนบทของไทยนั้น หากไม่ต้องการดิ้นรนเข้าไปทำงานแข่งขันในเมืองใหญ่ ตัดสินใจอยู่ที่บ้านเกิด อย่างไรก็ไม่อดตาย เพราะผืนดินมีพืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆ งอกเงยออกมาให้ได้บริโภค โดยไม่ต้องใช้ค่าครองชีพมากมายอะไร ขอแค่ขยันปลูกเลี้ยงรักษาเท่านั้น ดินที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้ ไม่ใช่หาได้ง่ายในพื้นที่อื่นๆ ของโลก ความจริงข้อนี้ หากลองวิเคราะห์ดูดีๆ แล้ว ก็น่าสนใจมาก เพราะผู้เขียนว่า ผืนดินเช่นใด ย่อมเหมาะกับลักษณะนิสัยจิตใจและวาสนาของคนที่อยู่บนผืนดินนั้น แผ่นดินไทยนั้นอยู่ง่าย หากินง่าย ดูจะสะท้อนนิสัยใจคอด้านดีของคนไทยส่วนใหญ่ ที่เป็นคนสบายๆ พอใจอะไรง่ายๆ ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย ชอบตลก มีน้ำใจ ขี้สงสาร เห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ที่ประสบความเดือดร้อน มีธรรมชาติเป็นนักประนีประนอม ถนอมน้ำใจกัน ปล่อยวางได้เร็ว อีกทั้งไม่ใคร่จะถือเนื้อถือตัว หรือยึดถือกฏเกณฑ์อะไรมากนัก ดังจะเห็นว่า คนไทยมักชอบผู้มีชื่อเสียงหรือคนดังที่เข้าถึงได้ง่าย มักเห็นเป็นเสมือนลูกหลานหรือครอบครัวเดียวกัน นี่เป็นลักษณะเด่นของคนไทยที่ผู้เขียนว่า ชาวต่างชาติรับรู้และสัมผัสได้ เมืองไทยจึงมีเสน่ห์มากในความรู้สึกของชาวต่างชาติ มาเที่ยวเมืองไทยแล้วได้เห็นอะไรแปลกๆ น่าสนใจมากมายหลายอย่าง บางอย่างก็ออกจะโลดโผนเกินไปด้วยซ้ำ ซึ่งก็สะท้อนความหลากหลายทางความคิดของคนไทยได้อย่างดี

ผู้เขียนชอบแนวคิดที่ว่า ถ้าเราใจดี รู้จักรักดิน ถนอมดิน เพราะเห็นพระคุณของดิน ดินนั้นก็จะอุดมสมบูรณ์ เกิดผลิตผลงอกเงยออกมาให้เราได้ใช้เลี้ยงชีวิต แต่ถ้าเราไม่รักษาใจตัวเองให้ดี ปล่อยให้ใจเป็นพิษ จนปล่อยออกมาเป็นการกระทำที่เบียดเบียนผู้อื่นหรือเบียดเบียนธรรมชาติ ดินก็ย่อมจะแห้งแล้ง หรือเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ เกิดความเสียหายต่อชีวิต การรักษาใจให้ดีและงาม ก็คงจะช่วยรักษาดินให้อุดมสมบูรณ์ได้ เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเองต่อไป

“Wish” โดย แสงแข ปากกาโคปิคและปากกาเจลบนกระดาษ Arches

มนุษย์ทุกคนมีความต้องการเหมือนกันอย่างหนึ่งคือมีบ้านที่อบอุ่นปลอดภัย จริงอยู่ว่าเราสามารถท่องเที่ยวและเรียนรู้ไปได้อย่างอิสระเสรี เราจะไปถึงไหนก็ได้ แต่สุดท้ายเราต้องมีบ้านเป็นรวงรัง และเป็นรากฐานของชีวิต ใครๆ ก็อยากมีชีวิตบั้นปลายที่สงบสุขและอบอุ่น  แค่ได้นั่งบนเตียงเงียบๆ อ่านหนังสือที่เราชอบก่อนนอน ก็ถือเป็นความสุขที่ช่วยเยียวยาจิตใจ ให้เรามีพลังกายพลังใจในการดำเนินชีวิต ความปรารถนาของผู้เขียนก็เป็นเช่นเดียวกันนี้  ผู้เขียนเห็นเพื่อนมนุษย์ไม่ว่าจะชาติใด ภาษาใด ต่างก็อยากมีความสุขแบบนี้เหมือนกัน ความสุขในบ้านจึงเป็นสิ่งสากล ไม่เลือกชาติ ศาสนา เพศ วรรณะใดๆ ความสุขในบ้านจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อโลกและประเทศของเราสงบสุข  หากเราอยากได้ความสุขดังว่า ต่างคนต่างก็ต้องรู้หน้าที่ รับผิดชอบดูแลประเทศของตน โดยไม่เอารัดเอาเปรียบใคร เพราะไม่มีใครอยากถูกเอาเปรียบ เมื่อเราไม่ชอบสิ่งใด เราย่อมไม่ควรปฏิบัติสิ่งนั้นกับคนอื่น ผู้เขียนว่า ทำได้เพียงแค่นี้ โลกจะกลายเป็นที่พักอาศัยอันน่าอยู่ เป็นรากฐานและพลังชีวิตของมนุษย์ทุกคน

บ้านเป็นรวงรังของชีวิตทางกายภาพ เป็นที่พักอาศัยของร่างกาย บางคนมีฐานะร่ำรวย มีบ้านใหญ่โต แต่ใจไม่มีความสุข นั่นแสดงว่ามีบ้านสวยงามอย่างเดียว ก็ไม่ได้ช่วยให้เกิดความสุขทางใจเสมอไป เพราะใจก็ต้องการรวงรังของมันเองเช่นกัน ทุกครั้งที่ผู้เขียนรู้สึกเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม เมื่อผู้เขียนกลับมาตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับลมหายใจของตัวเอง พยายามตั้งสติ ติดตามดูอิริยาบถทางกาย และความเปลี่ยนแปลงทางใจของตนเอง ผู้เขียนจะสามารถอดทนกับความทุกข์นั้นได้อย่างมีพลัง เพราะรู้แล้วว่าทุกข์นั้นเป็นของชั่วคราว ไม่จีรังยั่งยืน เมื่อเกิดขึ้นมาได้ คงอยู่ได้ ก็สามารถดับไปได้เช่นกัน อีกวิธีที่ผู้เขียนใช้เมื่อเป็นทุกข์ จิตใจกระสับกระส่าย ผู้เขียนจะรำลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า หรือที่เรียกว่า พุทธคุณ นั่นเอง คุณของพระพุทธเจ้านั้นมีรายละเอียดอยู่ในบทสวดที่ขึ้นต้นด้วย อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ฯ การภาวนาคาถานี้หรือเพียงแค่การนึกถึงพระพุทธเจ้า ก็สามารถพาจิตใจที่เป็นทุกข์ กระสับกระส่าย กลับคืนมาสู่รวงรังอันสงบสุขอีกครั้ง ใจที่ใสสะอาดนั้นเปรียบเสมือนดวงแก้ว เมื่อไรที่ความทุกข์เข้าเบียดเบียน เราก็อาจเผลอทำดวงแก้วใสนั้นตกหล่นจนแตกรานไป แต่เมื่อระลึกถึงความรักที่พระพุทธเจ้ามีต่อเรา ก็จะสามารถพาใจกลับคืนสู่เรือนได้อีกครั้ง เมื่อใดก็ตามที่ใจเป็นดวงแก้วใสสะอาด เมื่อนั้นใจก็จะเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพและทรงพลัง สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ได้ผลตามที่ต้องการ

ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับผู้เขียน ก็คือความรักในการทำงาน  การได้ทำในสิ่งที่รัก และรักในสิ่งที่ทำ คือความหมาย คือความงามของชีวิต คือเหตุผลที่เกิดมาบนโลกนี้

การใส่หัวใจลงไปในงาน ภาษาพระท่านเรียกว่า ฉันทะ คือความรัก ความพอใจที่ได้ทำงานนั้น เมื่อมีความรักความพอใจเสียอย่างแล้ว ต่อให้ยากลำบากเหน็ดเหนื่อยกายใจแค่ไหน ก็ยินดีต่อสู้ฝ่าฟัน  ความพากเพียรบากบั่น  อดทนต่อสู้อุปสรรคทุกอย่างมันก็ย่อมตามมา สิ่งนี้พระท่านเรียกว่า วิริยะ ความเพียรนี้จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ หากว่ารักในสิ่งที่ทำเสียแล้ว จิตใจก็ย่อมดำดิ่งจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า ร่างกายจะเจ็บปวดเสียดแทงอย่างไร ก็แทบไม่ได้ตามนึกถึง  เมื่อลงมือทำงานด้วยความวิริยะอุตสาหะแล้ว ก็เอาจิตใจจดจ่อ คอยตามนึกถึงงานที่ทำอยู่เสมอด้วยความเอาใจใส่  อันนี้เรียกว่า จิตตะ และสุดท้าย ก็ต้องใช้จิตคิดใคร่ครวญพิจารณาหาเหตุหาผลว่า งานที่ทำไปแล้วนั้น ส่งผลกระทบต่อใคร อย่างไรบ้าง มีข้อดี ข้อเสียอย่างไรที่จะต้องแก้ไข เพื่อปรับปรุงพัฒนางานของตนเองให้ดี มีคุณภาพยิ่งๆ ขึ้นไป การใช้ปัญญาพิจารณาในขั้นสุดท้ายนี้ถือเป็นความดีขั้นสูงสุด ที่เรียกว่า วิมังสา ความดีทั้งสี่ข้อนี้ พระพุทธเจ้าท่านให้ไว้ เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้การงานทุกอย่างทั้งทางโลกและทางธรรมบรรลุผลสำเร็จ ความรู้ของพระพุทธเจ้านั้น แม้จะเป็นหัวข้อเดียวกัน แต่ก็สามารถตีความและนำไปใช้ได้ในหลายระดับ  ตั้งแต่ระดับที่ตื้นอย่างการงานทางโลก และลึกซึ้งลงไปถึงการทำงานของจิตที่เรียกว่าเป็นการงานทางธรรม อิทธิบาทสี่นี้จึงเป็นธรรมอัศจรรย์ ที่ผู้น้อมนำเอาไปปฏิบัติในชีวิต จะสามารถบรรลุผลสำเร็จได้ ไล่ตั้งแต่ทางโลก คือประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพการงานต่างๆ ที่จะเป็นการสร้างหลักฐานมั่นคงแก่ชีวิต  และหากปฏิบัติได้ละเอียดประณีต ลึกซึ้งลงไปอีก ก็จะถึงซึ่งความสำเร็จทางจิต นั่นคือได้พบอานุภาพมหัศจรรย์ของจิตตนเอง สิ่งที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ มันก็จะเป็นไปได้ขึ้นมาอย่างที่ภาษาของมนุษย์โลกไม่สามารถอธิบายได้ 😉

“Love” by Sangkae ปากกาโคปิคบนกระดาษ Arches

ภาพนี้ผู้เขียนตั้งใจวาดขึ้นเพื่อรำลึกถึงความงามของความรัก อันมิใช่ความรักระหว่างเพศ แต่เป็นความรักในการทำงาน โทนสีฟ้าอ่อน สื่อถึงความรักที่เต็มเปี่ยมด้วยอิสรภาพ โปร่งโล่งและกว้างไกลดุจเดียวกับผืนฟ้าอันกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด เด็กผู้หญิงในรูปสวมเครื่องประดับศีรษะที่เป็นรูปม้าหมุน (carousel) อันสื่อถึงความบริสุทธิ์สดใส และความเยาว์วัยในหัวใจ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เธอทำตุ๊กตาของเธอเองขึ้นมาตัวหนึ่ง มือของเธอถือเข็มเย็บผ้า และเธอกำลังจดจ่อกับการปักด้ายสีทองลงไปบนชุดเครื่องแต่งกายของตุ๊กตา เธอทำงานนี้ด้วยความวิริยะอุตสาหะอย่างยิ่งยวด เพราะเธอรักในความงามและความปราณีตละเอียดอ่อน ตุ๊กตาซึ่งเป็นผลงานของเธอตัวนี้ ตรงหน้าอกมีนาฬิกาคุกคูซึ่งเข็มนาฬิกาหยุดค้างไว้เช่นนั้น  ไม่ขยับเดินอีกต่อไป และมีฝูงนกสีสันงดงามบินออกมาจากช่องของนาฬิกาบนหน้าอกของเธอ

ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อจะบอกว่า เมื่อเราทำสิ่งใดด้วยหัวใจรัก เมื่อนั้นกาลเวลาจะไม่มีความหมายใดๆ อีกต่อไป เพราะเรามีความสุขอยู่ในปัจจุบันขณะของการทำงาน ที่ไร้ความกังวลติดข้องใดๆ กับอดีตหรืออนาคต ความรู้สึกสุขสงบและไร้กังวลนี้ คือความสุขที่เยือกเย็นงดงามอย่างยากจะหาความสุขใดมาเปรียบได้ จุดเริ่มต้นของการที่เด็กผู้หญิงคนนี้ต้องมานั่งทำงานเย็บตุ๊กตา ก็คือความรักที่ตัวเองมีให้กับงาน และสุดท้ายก็เป็นความรักนี้เองที่ set you free คือนำอิสรภาพทางใจ อันเป็นความสุขสูงสุดตอบกลับคืนมาให้เราในบั้นปลาย ดุจดั่งนกที่กรายปีกโผบินออกมาจากนาฬิกาอย่างอิสระเสรี จุดหมายปลายทางของผู้ที่น้อมนำเอาอิทธิบาทสี่มาปฏิบัติอย่างปราณีตลึกซึ้งและจริงจัง ก็คงเป็นเช่นเดียวกับเด็กผู้หญิงในภาพนี้ ที่เวลาจะไม่มีความหมายกับเธออีกต่อไป

บทความนี้จะขอนำเสนอผลงานของนักเรียนศิลปะของผู้เขียน ซึ่งเป็นการใช้วัสดุหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นลูกปัด ผ้าสักหลาด ริบบิ้น เทปผ้า แถบลูกไม้ ผ้าแก้ว ดอกไม้-ใบไม้ประดิษฐ์ ขนนก ไหมพรม จานกระดาษ สติกเกอร์ที่มีประกาย และกระดาษสา นำมาติดลงบนพื้นผิวของภาชนะ ของใช้ต่างๆ แผ่นกระดาษ และแผ่นไม้อัด เพื่อให้พื้นผิวที่ดูเรียบง่ายธรรมดาเหล่านั้น มีลูกเล่นที่น่ารักน่าสนใจขึ้น สามารถนำไปใช้ประโยชน์และนำไปตกแต่งบ้านได้

งานชิ้นนี้เป็นของน้องขวัญ วัยย่างสี่ขวบ ชั้นเนิร์สเซอรี รร. อบต. หนองน้ำรัด จ.แพร่ ผู้เขียนใช้กระดาษทิชชู่แช่น้ำจนเปื่อยเละ นำไปผสมกับกาวและสีน้ำ  นวดจนส่วนผสมทั้งหมดเหนียวข้นและเนียนเข้ากันดี จากนั้น ผู้เขียนใช้ปากกาหมึกซึมร่างภาพขนมเค้กในจานและตัวอักษรเป็นประโยคลงบนแผ่นไม้อัด  แล้วตักกระดาษทิชชู่ผสมกาววางลงบนรูปเค้กที่วาดไว้ โดยผู้เขียนเป็นคนเลือกเองว่าส่วนไหนใช้สีอะไร สิ่งที่น้องต้องทำก็เพียงแค่ใช้มือสองข้างจับไม้จิ้มฟันข้างละ 1 ก้าน แล้วใช้ไม้นั้นจิ้มลงไปบนกระดาษทิชชู่ผสมกาว จนส่วนผสมนั้นติดลงบนแผ่นไม้ กลายเป็นเนื้อเค้กที่มีสีสันสวยงาม และมีผิวสัมผัสเป็นรูเล็กๆ ขรุขระ  จากการใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปแบบถี่ๆ ทั้งนี้ผู้เขียนคอยช่วยปรับรูปร่าง ไม่ให้น้องจิ้มเลยออกนอกขอบภาพ ส่วนรายละเอียดที่เล็กมาก  ผู้เขียนก็ช่วยจิ้มให้แทน สรุปว่า งานนี้น้องได้ฝึกการใช้มือและนิ้ว ขยับขึ้นขยับลงจากการช่วยครูจิ้มกระดาษทิชชู่ผสมสีและกาว ;-D ส่วนที่เป็นจานขนมเค้ก และประโยคภาษาอังกฤษนั้น ผู้เขียนเพ้นท์ด้วยสีอะครีลิค  และเมื่อกระดาษทิชชู่ผสมกาวแห้งดีแล้ว ก็ใช้สติกเกอร์ 3D รูปนกและผีเสื้อไม้ตัวเล็กๆ ติดลงไปเพื่อตกแต่งเค้กก้อนนี้ให้สวยงามมากขึ้น ^^

ภาพข้างบนเป็นผลงานของน้องขวัญเช่นเดียวกัน ผู้เขียนต้องการให้น้องได้รู้จักกับสีสันต่างๆ และเนื้อสัมผัสของวัสดุนั่นคือลูกปัดเม็ดเล็กๆ ผู้เขียนจึงวาดรูปเด็กผู้หญิงลงบนแผ่นไม้อัด แล้วระบายด้วยสีอะครีลิค แต่ได้เว้นว่าง ไม่ระบายสีส่วนที่เป็นตัวเสื้อ พื้นที่ว่างนี้ผู้เขียนค่อยๆ ทากาวร้อนลงไปก่อนทีละนิด จากนั้นให้น้องหยิบลูกปัดเม็ดเล็กหลายสีสันค่อยๆ โรยลงไปบนกาว จนกว่าจะเต็มพื้นที่ โดยผู้เขียนเป็นคนเลือกสีลูกปัดให้ เพื่อให้เข้ากับสีของภาพโดยรวม  ซึ่งก็แน่นอนว่า มือเล็กๆ ของเด็กที่ยังควบคุมกล้ามเนื้อมัดเล็กได้ไม่ดีนัก ย่อมทำลูกปัดตกหรือฟุ้งกระจายออกนอกจุดที่กำหนดไว้ไปบ้าง แต่ก็เป็นกิจกรรมที่สนุกสนานกันดี ;-D จากนั้นผู้เขียนใช้ดอกไม้ผ้าติดลงไปบนตัวเสื้อและผมของเด็กผู้หญิง เพื่อให้รูปนี้มีลูกเล่นน่ารักขึ้น งานนี้เป็นการฝึกให้เด็กรู้จักกับเฉดสีต่างๆ และได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบลูกปัดมาโรยลงไปบนพื้นผิวของวัตถุ  ทำให้ได้ภาพที่น่ารักเข้ากับบุคลิกของเด็กผู้หญิงที่ชอบเทพนิยายอย่างน้องขวัญเป็นอย่างดี ^^

งานชิ้นนี้ผู้เขียนใช้แผ่นกระดานไม้อัดรูปผีเสื้อ มีขาตั้งและตรงขอบฉลุเป็นลวดลายสวยงาม นำมาทาสีอะครีลิคเป็นสีชมพูหวาน (สีโปรดของน้อง) เมื่อสีแห้งแล้ว ก็ทากาวร้อนลงบนแผ่นไม้ แล้วให้น้องขวัญนำดอกไม้ประดิษฐ์หลายแบบ รวมทั้งผีเสื้อและดวงดาวมาแปะติดลงไปบนแผ่นไม้ ให้เป็นสวนดอกไม้สีพาสเทล ^^ ทั้งนี้ผู้เขียนเป็นคนชี้ตำแหน่งให้ ว่าชิ้นไหนติดลงตรงจุดไหน จากนั้นให้น้องใช้มือกดดอกไม้และผีเสื้อให้ติดลงบนแผ่นไม้ ก็เป็นอีกหนึ่งชิ้นงาน ที่นอกจากจะได้ฝึกการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก และปลูกฝังเรื่องการเล่นสีแล้ว ยังได้ของตกแต่งบ้าน นำกลับไปใช้งานได้จริงอีกชิ้นหนึ่งด้วย ^^

งานชิ้นนี้เป็นภาคต่อจากชิ้นข้างบน สำหรับชิ้นนี้ขอเล่นสีโทนเย็นที่ดูแล้วสบายตาสบายใจบ้าง ^^ ผู้เขียนใช้แผ่นกระดานไม้อัดรูปหัวใจ นำมาทาสีฟ้า เมื่อสีแห้งแล้ว ก็ให้น้องขวัญนำดอกไม้ ใบไม้ผ้า และลูกปัดมาติดตกแต่งให้สวยงาม (ดอกไม้ผ้าเหล่านี้ผู้เขียนตัดออกมาจากเศษผ้ากำมะหยี่และผ้าลูกไม้ที่มีอยู่) ทั้งนี้ผู้เขียนเป็นคนชี้บอกจุดให้ว่าใช้สีอะไรและติดตรงไหน จากนั้นก็ทากาวร้อนให้ แล้วให้น้องใช้นิ้วมือกดดอกไม้ ใบไม้ให้ติดลงบนแผ่นกระดาน

งานชิ้นนี้ผู้เขียนนำแผ่นซีดีที่ไม่ใช้แล้ว มาทากาวร้อนลงไป แล้วนำลูกปัดหลากหลายรูปแบบและสีสันที่สะสมไว้ มาให้น้องขวัญนำไปติดลงบนแผ่นซีดี โดยผู้เขียนทากาวร้อนให้ทีละจุด แล้วเลือกลูกปัดให้น้องนำไปติดทีละเม็ดจนเต็มหมดทั้งแผ่นซีดี จากนั้นผู้เขียนใช้ผ้าสักหลาดสีขาวสองชิ้นตัดเป็นตัวหอยทาก โดยนำผ้ารูปหอยทากมาติดประกบกันสองชั้นเพื่อให้มีความหนาทนทานมากขึ้น แล้วใช้สีเพ้นท์ผ้าทาลงไปบนตัวหอยให้มีสีสันสวยงามเข้ากับเปลือกหอยที่ทำจากลูกปัดหลากสี สุดท้ายก็นำเปลือกหอยจากแผ่นซีดีมาติดกาวลงไปบนตัวหอยที่เป็นผ้าสักหลาด แล้วติดลูกปัดเข้าไปตรงปลายหนวดและดวงตา ก็ได้หอยทากหน้าตาน่ารักที่มีเปลือกสวยเหมือนอัญมณีหลากสี เอาไว้ติดตกแต่งห้อง ^^

งานนี้น้องขวัญได้ช่วยครูตกแต่งกล่องกระดาษให้น่ารัก สำหรับเอาไว้ใส่ของกระจุกกระจิก เพราะผู้เขียนได้กล่องกระดาษขนาดกลางสีน้ำตาลเรียบๆ มาหนึ่งใบ และมีไหมพรมที่ซื้อสะสมไว้หลายสี จึงใช้ไหมพรมสีต่างๆ ม้วนเป็นวงรี แล้วนำมาติดกาวเรียงกันลงไปเป็นรูปดอกไม้ จากนั้นใช้ไหมพรมโทนสีเขียวหลายเฉด ทำเป็นก้านดอกและใบ (งานม้วนไหมพรมนี้ให้น้องลองทำแล้ว แต่ค่อนข้างยากเกินทักษะของเด็กวัยนี้ ครูจึงต้องจัดการเอง ^^) จากนั้นผู้เขียนทากาวลงไปแล้วให้น้องช่วยหยิบกระดุมหลากสีมาติดตกแต่งลงไปบนดอกไม้ รวมทั้งติดโบสำเร็จรูปที่ทำจากเชือก ตรงกลางเป็นดอกกุหลาบเล็กๆ ลงไปบนก้านดอก ขั้นสุดท้าย ผู้เขียนทากาวร้อนลงบนกล่องแล้วให้น้องติดผีเสื้อไม้ตัวเล็กๆ ลงไปด้วย ก็ทำให้ได้กล่องรูปสวนดอกไม้สวยงามไว้ใช้ใส่ของอีกหนึ่งใบ ^^

 

งานชิ้นนี้ผู้เขียนได้ถุงกระดาษสีทอง ทำจากกระดาษแข็งหนาทนทาน ติดโบว์น่ารัก มาจากร้านขายของจิปาถะ ที่เรียกว่า ร้านยี่สิบบาท ;-D ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้เขียนมักเข้าไปดูของคราวละนานๆ เพื่อหาอุปกรณ์หรือเครื่องตกแต่งน่ารักๆ มาไว้ให้เด็กทำงานศิลปะ บางทีก็ได้ไอเดียใหม่ๆ จากการเลือกของในร้านประเภทนี้เอง ^^ ผู้เขียนตัดผ้าสักหลาดหลากสี เป็นรูปผลไม้ต่างๆ พร้อมก้านและใบสีเขียว จากนั้นใช้กาวร้อนทาลงไปตามจุดต่างๆ แล้วให้น้องขวัญหยิบชิ้นผ้ารูปผลไม้วางบนกาวร้อนแล้วใช้มือค่อยๆ กดทับลงไปจนชิ้นผ้าติดบนถุงกระดาษแน่นดี ขั้นสุดท้ายผู้เขียนนำกระดุมหลากสีติดลงไปตรงฝาปิดถุง ทำให้ดูน่ารักมากขึ้น น้องบอกว่า เสร็จงานนี้หนูจะเอาถุงไปใช้เก็บของเล่น ^^ ก็ถือเป็นอีกชิ้นงานที่นอกจากจะน่ารักแล้ว ยังนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงด้วย ^^

สองภาพข้างบนเป็นผลงานของน้องพรีเมียร์ วัยสองขวบกว่า ชั้นเนิร์สเซอรี รร. ใกล้บ้านในอำเภอร้องกวาง จ.แพร่ งานนี้เป็นชิ้นแรกของน้องในการมาเรียนศิลปะกับผู้เขียน  ดังนั้นจึงยังไม่ให้ทำอะไรซับซ้อนมากนัก ผู้เขียนทราบมาว่าน้องชอบรถไฟมาก จึงวาดรูปรถไฟลงบนแผ่นไม้อัด แล้วตัดผ้าสักหลาดหลายสีเป็นชิ้นเล็กๆ รูปสามเหลี่ยมและสี่เหลี่ยม จากนั้นจึงทากาวลงไปในส่วนที่เป็นหัวรถไฟและตู้โบกี้ แล้วให้น้องค่อยๆ หยิบชิ้นผ้าสักหลาดเล็กๆ มาแปะลงบนจุดที่ทากาวไว้แล้ว โดยที่บางครั้งผู้เขียนก็ให้น้องเลือกสีเอง แต่บางครั้งก็ออกคำสั่งเป็นภาษาอังกฤษให้น้องหยิบผ้าแต่ละสีออกมา ซึ่งก็เป็นความต้องการของคุณแม่น้องที่อยากให้บูรณาการเอาวิชาภาษาอังกฤษเข้ามาประกอบในการเรียนศิลปะด้วย ขั้นสุดท้ายผู้เขียนติดดอกไม้ผ้าสำเร็จรูปลงไปบนตู้โบกี้ และใช้สติกเกอร์รูปวงกลมและหกเหลี่ยมที่มีประกายระยิบระยับติดเข้าไปเป็นล้อรถไฟ ทับด้วยกระดุมหลากสีอีกชั้นหนึ่ง ปิดท้ายด้วยการตัดสติกเกอร์สีฟ้าเข้มเป็นรูปควันรถไฟและติดลงไปเพื่อเพิ่มความน่ารักด้วย ^^

โปรเจ็คต์นี้เป็นของน้องพัชรจัง ขณะนั้นอยู่ ป.4 รร. มารดาอุปถัมภ์ จ.แพร่ ที่ผู้เขียนออกแบบมาเพื่อให้น้องได้รู้จักการใช้สื่อทางศิลปะอื่นๆ นอกเหนือจากการใช้สีระบายลงบนกระดาษ งานนี้ใช้ผ้าสักหลาดตัดเป็นรูปสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ ทั้งสัตว์ กระแสน้ำ ใบไม้ ดอกไม้ ฯลฯ เพื่อสร้างเรื่องราวขึ้นมาบนแผ่นไม้ (ทำจากไม้ไอศกรีมต่อกันเป็นแพ ทาทับด้วยสีอะครีลิค) ผู้เขียนให้น้องได้ฝึกบังคับมือด้วยการตัดผ้าเป็นรูปทรงต่างๆ ฝึกการวางสีให้เกิดความโดดเด่นขึ้นในภาพ และฝึกใช้จินตนาการในการเล่าเรื่อง (story telling) ชิ้นงานที่สำเร็จแล้วนี้ นำไปใช้เป็นที่รองแก้ว เพื่อตกแต่งโต๊ะอาหารให้สวยงามน่าสนใจได้ งานเซ็ทนี้มี 3 ชิ้น ชิ้นแรกมีฉากเป็นท้องทะเล ซึ่งมีเรือและปลาแหวกว่ายในน้ำ ชิ้นที่สองเป็นนกบินบนท้องฟ้า ส่วนชิ้นที่สาม เป็นนกยูงสีสันสวยงามในป่า ชิ้นแรกและชิ้นที่สองนั้นน้องได้แสดงฝีมือการตัดผ้ามากหน่อย โดยสามารถตัดเป็นรูปตัวสัตว์และองค์ประกอบอื่นๆ ได้ดีทีเดียว มีต้องแก้ไขบ้างเล็กน้อยเท่านั้น (ยกเว้นใบไม้ ดอกไม้ ซึ่งครูต้องช่วย เพื่อสรุปงานให้ทันภายในเวลาที่มีอยู่) ส่วนชิ้นที่สาม รูปนกยูงนั้นผู้เขียนต้องช่วยเพราะสัปดาห์นั้นมีเวลาจำกัดมาก  น้องจึงต้องเป็นลูกมือคอยทากาวร้อนให้ครู ;-D สุดท้ายจึงสามารถสร้างงานได้ครบเซ็ท นำไปใช้ประโยชน์ได้ด้วย (ฉากหลังที่เห็นนั้นเป็นภาพวาดสีอะครีลิคและสื่อผสมฝีมือน้องสาวผู้เขียนเอง)

สองภาพด้านบนนี้เป็นผลงานที่ผู้เขียนออกแบบมาเพื่อให้หนูวี่ ซึ่งขณะนั้นอยู่ชั้น ป.4 รร.มารดาอุปถัมภ์ ได้เรียนรู้วิธีเล่นกับสีสันและเนื้อสัมผัสของวัสดุ โดยผู้เขียนใช้ขวดโหลแก้วสองแบบ แบบแรกนั้นทากาวร้อน แล้วติดขนนกสีม่วงลงไป จากนั้นให้น้องหยิบลูกปัดหลากสีโรยทับลงไปบนขนนก ทั้งนี้ครูเป็นคนเลือกสีลูกปัดให้ เพื่อให้ได้ภาพรวมและสีสันตามที่ออกแบบไว้ ส่วนสร้อยและจี้ที่ใช้ห้อยตรงคอขวดโหลนั้นผู้เขียนร้อยขึ้นและนำมาประดับให้สวยงาม ขวดโหลแก้วแบบที่สองเป็นทรงกระบอกสูง ผู้เขียนทากาวร้อนลงไปแล้วให้น้องนำดอกไม้ผ้าและลูกปัดเม็ดใหญ่โทนสีฟ้า-น้ำเงินติดลงไปก่อน จากนั้นทากาวในบริเวณที่เหลืออยู่แล้วให้น้องโรยลูกปัดเม็ดเล็กสีโทนเข้ากันลงไปจนทั่ว สำหรับสร้อยที่ห้อยตรงคอขวดนั้นผู้เขียนเป็นคนร้อยขึ้นเองเช่นเดียวกัน

 

งานนี้เป็นชิ้นแรกของน้องเนเน่ ชั้น ป.4 รร.เทพนารี จ.แพร่ ผู้เขียนยังไม่ให้น้องทำงานที่ยากหรือซับซ้อนมากนัก เพียงต้องการให้ได้ลองออกแบบเสื้อผ้าและทรงผมตุ๊กตา เพราะดูจะเป็นงานที่เข้ากับบุคลิกของน้องเป็นอย่างดี ผู้เขียนจึงใช้แผ่นไม้อัดทำเป็นพื้นหลัง แล้วนำผ้าสักหลาดสีขาว มาตัดเป็นรูปใบหน้า ลำตัวและช่วงแขนของตุ๊กตา จากนั้นทากาวร้อนลงบนแผ่นไม้ แล้วให้น้องติดใบหน้ากับตัวตุ๊กตาลงไป ต่อจากนั้นจึงให้น้องออกแบบเสื้อผ้า ซึ่งเจ้าตัวอยากได้เสื้อแบบนักบัลเล่ต์ ผู้เขียนจึงตัดผ้าสักหลาดสีชมพูอมม่วงเป็นตัวเสื้อ แล้วใช้แถบผ้าแก้วจับระบายและแถบลูกไม้สำเร็จรูปที่มีอยู่หลายเฉดสี ทำเป็นกระโปรงบานหลายชั้นให้มีสีสันเข้ากับตัวเสื้อ จากนั้นใช้ลูกไม้สีชมพูอ่อนติดลงบนเสื้อให้มีรายละเอียดมากขึ้น ส่วนน้องก็ใช้ดอกกุหลาบผ้าสีชมพูอ่อนติดลงไปที่กระโปรงด้วย ^^ สำหรับเส้นผม ผู้เขียนใช้ไหมพรมสีเหลืองตัดเป็นเส้นยาวติดลงไปที่หัวตุ๊กตาและถักเปียให้สวยงาม ส่วนน้องทำหน้าที่ติดลูกปัดสีบานเย็นลงบนหางเปีย รวมทั้งนำดอกไม้โลหะเล็กๆ มาเพ้นท์สีชมพู ม่วง และฟ้า นำมาติดที่ผมเปีย เพื่อให้ดูคล้ายกับราพันเซล ^^

 

ชิ้นงานเหล่านี้ทำได้ง่าย สนุก เพลิดเพลินใจทั้งคนสอนและคนเรียน ^^ เพราะแค่ใช้มือหยิบวัสดุต่างๆ มาแปะติดลงไปเท่านั้น ก็สามารถแปลงโฉมพื้นผิวที่ดูเรียบง่ายให้เก๋ไก๋ น่ารัก มีสไตล์กว่าเดิม ทว่าก็ต้องอาศัยความสามารถในการดีไซน์หรือออกแบบ รวมทั้งการรู้จักเล่นกับสีสันและเนื้อสัมผัสของวัสดุที่หลากหลายด้วย ก็หวังว่าผู้ชมที่ได้อ่านบทความและชมภาพข้างต้น จะได้ไอเดียและแรงบันดาลใจดีๆ ในการสร้างสรรค์งานศิลปะและงานฝีมือของตนเอง อีกทั้งได้หวนระลึกถึงความสดใสรื่นเริงที่เคยมีในวัยเด็กนะคะ ^^